ตอนที่ 2 ประตูสู่หิมะที่ไม่ละลาย

ถนนสายเช้ายังคงว่างเปล่า มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวลอดผ่านตรอกแคบ ๆ ที่ทอดยาวเหมือนไม่มีจุดสิ้นสุด ฉันเร่งก้าวเท้าไปตามทาง ลมหายใจเปลี่ยนเป็นไอขาวลอยวูบวาบในอากาศหนาวเหน็บ ทั้งที่ปฏิทินบอกว่ากำลังเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้วแท้ ๆ

มือข้างหนึ่งกอดกระเป๋าส่งอาหารแน่น ขณะที่อีกข้างกำเสื้อแจ็กเก็ตไว้แน่นเพื่อกันลมที่เย็นเฉียบแทงทะลุเข้ามาในทุกอณูผิว

‘Omnibite…นั่นไง’

ฉันหยุดยืนหน้าร้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง — มันดูธรรมดาจนน่าเหลือเชื่อว่าที่นี่คือศูนย์กลางการส่งอาหารทะลุมิติ

ป้ายหน้าร้านเป็นกระจกสีดำเรียบลื่น ไม่มีโลโก้ ไม่มีชื่อร้าน ไม่มีแม้แต่ตัวอักษรใด ๆ ที่บอกว่านี่คืออะไร นอกจากเส้นสายแสงเงินบางเบาที่ไหลวูบไหวไปมาใต้ผิวกระจก ราวกับเป็นลมหายใจของบางสิ่งที่หลับใหลอยู่ภายใน

แสงนั้นสั่นระริก เหมือนเส้นทางของแม่น้ำบนท้องฟ้า พริบพรายอย่างเงียบงันในยามเช้ามืด

ฉันกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคอ ก่อนจะยื่นมือออกไปผลักประตูกระจกเบา ๆ —

ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสบานประตู โลกทั้งใบก็เหมือนพลิกตัวไปอีกมิติหนึ่ง

ประตูเปิดออกอย่างไร้เสียง

แสงสีเงินจาง ๆ พร่างพรายออกมา

และทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตู…

“ยินดีต้อนรับสู่ Omnibite จ้าาา~!”

เสียงใส ๆ ดังขึ้นกลางอากาศ ทำเอาฉันสะดุ้งเล็กน้อย

ฉันกวาดตามองรอบตัวอย่างระแวดระวัง — ห้องโถงกว้างโล่ง ทว่าผนังกลับดูเหมือนไม่มีขอบเขตแน่นอน ลวดลายแสงสีเงินบนพื้นและเพดานไหลเคลื่อนไหวไปช้า ๆ ราวกับคลื่นทะเลในคืนเดือนมืด

แล้วทันใดนั้น ร่างโฮโลแกรมก็กะพริบขึ้นตรงหน้าฉัน

เขาเป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ใส่เสื้อยืดตัวโคร่งสีเทา ลวดลายบนเสื้อเป็นภาพชามราเมนใหญ่โตที่มีเส้นราเมนเด้งดึ๋งลอยออกมาจากถ้วย — หน้าตาขี้เล่นเสียจนชวนหัวเราะ

บนอกเสื้อมีป้ายชื่อเรืองแสงเป็นตัวหนังสือคันจิประหลาด ๆ ที่แปลความได้ว่า “พี่ยำ” พร้อมกับไอคอนยิ้มแฉ่งข้าง ๆ

“พี่ยำ? …” ฉันกะพริบตาปริบ ๆ พึมพำอย่างงุนงง

“ใช่จ้า พี่ยำเอง!”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงสดใสราวกับนกกระจิบ พร้อมทั้งชูสองนิ้วเป็นสัญลักษณ์ V อย่างร่าเริง

“ระบบ AI อัจฉริยะ ประจำ Omnibite คนเดียว คนเดิม ไม่มีสำรอง!”

เขาหัวเราะเสียงใส ก่อนจะหมุนรอบตัวเองหนึ่งทีอย่างโอเวอร์แอ็กติ้งจนเส้นแสงบนพื้นสะท้อนกับร่างโฮโลแกรมวูบวาบไปหมด

พี่ยำดูเหมือนจะไม่รู้จักคำว่าความเครียดเลยสักนิด รอยยิ้มกว้างเกินจริงของเขาเหมือนจะฉีกจนสุดใบหน้า

แต่ลึก ๆ ในใจฉันรู้สึกได้ถึงบางอย่าง…

บางอย่างที่ไม่ใช่แค่ “ความน่ารัก” ธรรมดา…

“ขอสแกนตัวตนหน่อยนะจ๊ะ~”

เสียงใส ๆ ของพี่ยำดังขึ้นไม่ทันขาดคำ

ก่อนที่ฉันจะได้เอ่ยอะไรตอบ แสงสีฟ้าอ่อน ๆ ก็พุ่งวูบผ่านตัวฉันไปเหมือนแถบเลเซอร์สแกนอย่างรวดเร็ว

[ยืนยันตัวตน: เอลาเรีย เวลเลนไฮม์]

[ออเดอร์ที่ได้รับ: ราเมนเพลิงจันทร์ลาวา]

[สถานะ: พร้อมจัดส่ง]

ข้อความเรืองแสงลอยขึ้นกลางอากาศตรงหน้า สว่างชัดจนฉันต้องกะพริบตาไล่แสง

“โอ้โห…เธอกดรับออเดอร์สุดหินเลยนะเนี่ย!”

พี่ยำยิ้มกว้างจนตาโค้งเป็นเสี้ยวพระจันทร์ มือหนึ่งท้าวเอว มืออีกข้างชูนิ้วโป้งอย่างสุดพลัง

ฉันยังไม่แน่ใจนักว่าควรหัวเราะ หรือควรกังวลกันแน่

“เอ่อ…แล้วต้องไปส่งที่ไหนเหรอคะ?”

ฉันถามอย่างไม่แน่ใจ พลางเหลือบมองประตูหลังร้านที่ดูเหมือนไม่มีอะไรพิเศษเลยนอกจากเป็นบานไม้ธรรมดาทาสีเทาเก่า ๆ

“ง่ายมากเลยจ้า!” พี่ยำทำมือเป็นรูปตัว L แล้วดีดขึ้นเป็นนิ้วโป้งอย่างร่าเริง

“แค่เดินไปที่ประตูหลังร้าน…เปิดมัน แล้วเดินตรงไปโลด!”

ฉันเลิกคิ้วสูง ความรู้สึกขนลุกซู่เริ่มก่อตัวขึ้นที่ต้นคอ

“…มันจะไม่เกิดอะไรแปลก ๆ ใช่ไหมคะ?”

“รับประกันความปลอดภัย 90%!” พี่ยำพูดเสียงใส ตบอกตัวเองเบา ๆ ราวกับจะย้ำความมั่นใจ

แล้วก็เสริมเสียงเบา ๆ จนแทบไม่ได้ยิน

“…ถ้าไม่เดินตกหลุมอากาศกลางทางนะจ๊ะ~”

ฉันกลอกตาอย่างเหนื่อยใจ แต่ก็อดยิ้มขำกับท่าทางเกินจริงของเขาไม่ได้

“แล้วนี่…?” ฉันชี้ไปที่เสื้อแจ็กเก็ตสีเงินมันวาวกับกางเกงหนา ๆ ที่พี่ยำยื่นมาให้

“ชุดกันหนาวไฮเทคจ้า!” พี่ยำตอบอย่างร่าเริง พลางกะพริบตาโฮโลแกรมวิ้ง ๆ

“กันลม กันหนาว กันเวทมนตร์! เหมาะสำหรับทุกสภาพอากาศข้ามมิติ! ใส่เถอะ รับรองไม่แข็งตายกลางทาง~”

ฉันถอนหายใจยาวอย่างยอมแพ้ รับชุดจากเขามา

เสื้อแจ็กเก็ตสีเงินอ่อนเนื้อผ้าเงางามนั้นเบาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่พอลองสัมผัส ก็รู้สึกได้ถึงชั้นผ้าซ้อนกันแน่นหนาเหมือนรังไหม ชุดนี้ถูกออกแบบให้แนบกระชับไปกับร่างกายโดยไม่บีบรัด เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วแม้จะต้องวิ่งฝ่าหิมะหรือปีนข้ามซากปรักหักพัง

กางเกงกันหนาวเข้าชุดกัน ตัดเย็บด้วยผ้าเทคนิคอลล้ำยุค เคลือบเส้นใยป้องกันเวทมนตร์โดยเฉพาะ ผิวสัมผัสเหมือนขนนกผสานโลหะเบา ๆ อ่อนนุ่มแต่แข็งแรง พร้อมรองเท้าบูทเบาเป็นพิเศษที่ยึดเกาะพื้นได้แม้กระทั่งน้ำแข็งลื่น ๆ

เมื่อสวมใส่เสร็จ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นนักผจญภัยจากโลกไซไฟ — ทั้งเบา ทั้งอบอุ่น ทั้งพร้อมสู้กับพายุหิมะที่ไม่รู้จะโหมกระหน่ำมาจากทิศไหน

ฉันคว้ากล่องอาหารที่เพิ่งลอยมาตรงหน้าตามแรงผลักของระบบ — กล่องขนาดพอดีมือ ผิวเรียบลื่นราวกับหินอ่อนเนื้อดี เส้นแสงสีทองอ่อนทอดผ่านฝากล่องอย่างประณีต กล่องเปล่งความร้อนอบอุ่นออกมาเบา ๆ พอให้รู้สึกว่าด้านในยังรักษาอุณหภูมิอย่างดี

แม้กล่องจะปิดสนิท แต่กลิ่นราเมนหอมกรุ่นก็ยังเล็ดลอดออกมา อบอวลไปทั่วจน…

โครก~ ท้องฉันร้องเสียงดังชัดเจนเกินเบอร์จนอยากหายตัวไปในอากาศ

พี่ยำยิ้มแฉ่ง โบกมือให้เหมือนกำลังส่งตัวนักสำรวจขึ้นยานแม่เพื่อไปค้นหาดาวดวงใหม่ในระบบสุริยะจักรวาล

“โชคดีนะจ๊ะน้อง~!”

ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้า ก่อนจะหันไปมองประตูหลังร้านที่ยังคงปิดเงียบอยู่ตรงนั้น

มือข้างหนึ่งกำกล่องราเมนแน่น ขณะที่อีกข้างยื่นไปสัมผัสลูกบิดโลหะเย็นเฉียบ — เย็นเสียจนปลายนิ้วชาดุจถูกแช่แข็งมาแล้วร้อยปี

“…เอาน่า เอลาเรีย เธอเคยแย่กว่านี้มาแล้ว…”

ฉันพึมพำให้กำลังใจตัวเองเสียงเบา ก่อนจะหมุนลูกบิดนั้นอย่างระมัดระวัง

แล้วหมุนลูกบิด

กึก—

เสียงกลไกเก่ากึกกักก่อนที่บานประตูจะค่อย ๆ เปิดออก

แล้ว…

ลมหนาวก็พัดกรูเข้ามาราวกับพายุหิมะบุกซัด ทำเอาฉันต้องยกมือขึ้นกันใบหน้า

แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจฉันหยุดเต้น…

ไม่ใช่ความเย็น

แต่คือภาพเบื้องหน้า ไม่ใช่ซอยหลังร้านตามปกติ

ไม่ใช่ถังขยะและควันจากเตา

แต่คือ…

ทุ่งหิมะขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา

แสงสีฟ้าจาง ๆ จากท้องฟ้าหม่นสาดลงบนผืนหิมะที่ไม่มีที่สิ้นสุด หิมะโปรยปรายลงมาราวกับละอองน้ำแข็งเล็ก ๆ ที่สะท้อนแสงระยิบระยับเหมือนดาวตก

ท่ามกลางความว่างเปล่านั้น มีแต่เสียงลมพัดหวิว กับอากาศหนาวเย็นที่กัดกินเข้ามาจนชั้นขนแกะในชุดกันหนาวสะท้านเบา ๆ

ฉันยกมือบังหน้า สายตาเพ่งมองหาจุดหมาย แต่มีเพียงม่านหิมะขาวโพลนที่ทอดยาวออกไป — เหมือนโลกทั้งใบกลืนหายไปในความหนาวนี้

ด้านหลังของฉัน — ยังคงสภาพเป็นภายในร้าน Omnibite พี่ยำยังคงยืนยิ้มแฉ่ง

ครึ่งหนึ่งในโลกเดิม….

อีกครึ่งหนึ่งคือโลกที่ยังไม่มีในแผนที่

ขณะที่ฉันลังเลจะก้าวพ้นธรณีประตู เสียงใส ๆ เจื้อยแจ้วของพี่ยำก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

“อ๊ะ ๆๆๆ เดี๋ยวสิจ๊ะน้อง! เกือบลืมของสำคัญไปแล้ว~!”

ฉันชะงักเท้า หันกลับไปมองทันที

พี่ยำยังยืนยิ้มละไมอยู่ที่เดิม ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าโฮโลแกรมขนาดเล็กข้างเอว ก่อนจะหยิบของบางอย่างโยนมาให้

เป็นแคปซูลสีเงินอ่อน ทรงรี ขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าฝ่ามือเรืองแสงวาวเล็กน้อย

ฉันรับไว้โดยสัญชาตญาณ — มันเบาจนแทบไม่มีน้ำหนัก

“นี่คือกระเป๋าฉุกเฉินจ้า!” พี่ยำชูนิ้วขึ้น

“ข้างในมีสเปรย์กันมอนสเตอร์ ฉีดแล้วแสบตา — วิ่งหนีกระเจิง เจลรักษาแผลทันใจ ทาแล้วหายเบื้องต้น กับแผ่นพลังงานฉุกเฉิน อัดพลังให้เหมือนนอนเต็มอิ่มแปดชั่วโมง!”

เขายกนิ้วขึ้นนับพลางยิ้มกว้างตลอดเวลาเหมือนกำลังขายของอยู่

“แล้วก็…สำคัญสุด ๆ”

พี่ยำล้วงลงไปอีกครั้ง คราวนี้หยิบอุปกรณ์อีกชิ้นออกมา มันเป็นเหมือน มือถือพกพาขนาดเล็ก ดีไซน์แปลกตา ทรงสี่เหลี่ยมมน ๆ สีดำด้าน มีหน้าจอโปร่งใส และเส้นแสงสีรุ้งวูบไหวไปมาตามขอบเครื่อง

“และนี่… OmniLink!”

พี่ยำยื่นมันให้ฉันพลางกล่าวด้วยท่าทางภูมิใจสุด ๆ

“อุปกรณ์สื่อสารข้ามมิติ ใช้ได้ทุกมิติ ทุกคลื่น ทุกเผ่าพันธุ์! โทรเข้า-ออก ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ มี GPS เวทมนตร์ และที่สำคัญ — พี่ยำก็อยู่ในรายชื่อด่วนพิเศษด้วยนะ!”

“ถ้าเกิดอะไรขึ้น… กดปุ่มแดงตรงกลาง พี่ยำจะปรากฏเป็นโฮโลแกรมทันทีเลย~”

ฉันรับมันมาไว้ในมือ น้ำหนักกำลังพอดี อุ่นเล็ก ๆ ราวกับมันมีหัวใจเต้นอยู่ภายใน

“โอเค…ขอบคุณค่ะ”

ฉันพึมพำเบา ๆ รู้สึกว่ามีความมั่นใจเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย

“สู้ ๆ นะจ๊ะน้องเอลาเรีย!”

พี่ยำชูสองนิ้วให้อีกครั้ง พร้อมระบายยิ้มจนแก้มแทบทะลุโฮโลแกรม

ฉันสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด กระชับกระเป๋าแคปซูลห้อยข้างเอว และเก็บ OmniLink ไว้ในช่องเก็บพิเศษบนแขนเสื้อชุดกันหนาว

คราวนี้…ฉันพร้อมแล้วจริง ๆ ก้าวแรกของการเดินทาง… สู่โลกที่ไม่รู้จัก กำลังเริ่มต้นขึ้น

‘โอเค…เดินตรงไปโลด…’

ฉันกัดฟันแน่น กระชับกระเป๋าอาหาร แล้วก้าวออกไปสู่ทุ่งหิมะแห่งมิติใหม่

ลมหิมะพัดกรูอย่างบ้าคลั่ง ใต้ท้องฟ้าสีหม่นเทาอมฟ้า เบื้องไกล เหนือม่านหิมะขาว — ฉันมองเห็นเงาร่างของ วังน้ำแข็งมหึมา ที่ตั้งตระหง่านกลางขอบฟ้า

หัวใจฉันเต้นตึกตักแรงผิดปกติ ทั้งจากความกลัว และความตื่นเต้นปนกัน

“…ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ” ฉันพึมพำกับตัวเอง พลางก้าวเท้าแรกออกจากประตู —

เข้าสู่โลกที่หิมะไม่มีวันละลาย…

❄️❄️❄️❄️❄️

📚 ← ตอนก่อนหน้า | ตอนถัดไป →