ตอนที่ 16 เกลียดที่สุด!!!
นานะนอนชูมือมองสร้อยข้อมืออยู่กับพื้นห้องอย่างเลื่อนลอย ภายในใจคิดถึงแต่คืนที่ชินมาหา เพราะหลังจากวันนั้น เขาก็ไม่ได้ติดต่อมาอีกเลย เธอเริ่มวิเคราะห์ความรู้สึกของเธอที่มีต่อชินและเคน
ถึงแม้ตอนนี้เคนจะเอาใจใส่เธอมากขึ้น พาเธอไปเที่ยวบ่อยๆ และเป็นคนที่อยู่เคียงข้างเธอตลอดเวลาเหมือนเมื่อก่อน แต่ทำไมนะ ทำไมความรู้สึกของเธอถึงไม่เหมือนเดิม บางครั้งเธอเห็นเคนพูดคุยกับผู้หญิงอื่น หรือมีผู้หญิงเข้ามาคุยกับเขา แต่เธอกลับไม่รู้สึกอะไรเลย แปลกจริง หรือว่าใจมันจะชาไปแล้วนะ…ยิ่งคิดนานะก็ยิ่งไม่เข้าใจ
เฮ้อ…เธอได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความสับสนในความรู้สึก
“นานะ! นานะ!” เสียงที่แต่ก่อนเธอเฝ้ารอคอยทุกขณะเรียกเธออย่างตื่นเต้น แล้วร่างเขาก็ปรากฏขึ้นในห้อง
“อะไรเหรอ”
“ฮ่าๆๆ ทำอะไรของเธอน่ะ ยัยตัวเล็ก” หนุ่มร่างสูงหัวเราะดังลั่นเมื่อเห็นนานะนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้น และมีผ้าห่มห่อตัวเอาไว้เหมือนลูกหมูตัวเล็กๆ
“หัวเราะอะไรของนายยะ” นานะถามเสียงเขียว ก่อนจะกลิ้งเล่นไปมาเรื่อยๆ
“หึๆ เธอนี่ถ้าจะประสาทกลับแฮะ” เคนเดินเข้าไปดึงผ้าห่มออกจากตัวเธอ
“ยุ่งน่า มีอะไรรีบๆ พูดมาเลย” นานะสะบัดตัวและลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินไปนั่งลงบนเตียง
“อ้อ มีบัตรเชิญส่งมาให้เธอกับเราด้วย” เคนนึกได้รีบเอาบัตรเชิญออกมาให้นานะดู
“บัตรเชิญอะไร” นานะขมวดคิ้ว
“บัตรเชิญไปงานเปิดตัวสินค้า” เคนอ่านที่บัตรเชิญให้นานะฟัง
“ไม่เห็นจะน่าสนใจเลย” นานะยักไหล่ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนยาวบนที่นอนของเธอ
“งั้นเหรอ แต่นี่เป็นงานเปิดตัวสินค้า Blue Tear ที่เธอเป็นนางแบบโฆษณานะ ถ้าเธอไม่อยากไปก็ตามใจ” เคนพูดลอยๆ ก่อนจะใช้นัยน์ตาคมเหล่มองนานะที่นอนอยู่
“อะไรนะ! ไหนดูหน่อยซิ” นานะหูผึ่ง กระเด้งตัวลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เธอคว้าบัตรเชิญไปจากมือเคนทันที
“เฮ้ย! ไหนบอกไม่สนใจไง”
“ใครบอกว่าฉันจะไม่ไป ไปย่ะ! แบร่!” นานะแลบลิ้นใส่เขา
“อะไรวะ” เคนเกาหัวอย่างงงๆ
นานะจ้องมองดูบัตรเชิญ แล้วเกิดความหวังว่าหากเธอไปงานเปิดตัวสินค้านี้ อาจได้เจอชินก็เป็นได้ คิดแล้วเธอก็ลากเคนออกไปหาซื้อชุดที่จะใส่ไปงานทันที โดยที่หนุ่มตัวโตกว่าร้องโวยวายอย่างไม่เต็มใจนัก แต่ในที่สุดพวกเขาทั้งคู่ก็หาชุดใส่ไปงานเปิดตัวได้สำเร็จ
ตอนเย็นของวันงาน เคนซึ่งแต่งตัวเรียบร้อยแล้วมายืนรอนานะที่ด้านหน้าของห้อง วันนี้เขาหล่อมากเป็นพิเศษในชุดทักซิโดสีดำ ซึ่งขับใบหน้าขาวคมเข้มให้ดูโด่นเด่นมากกว่าปกติ เคนก้มดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือด้วยอาการร้อนรน ก่อนจะเอามือรัวทุบไปที่ประตูห้องของนานะ
“นี่! ยัยตัวเล็ก แต่งตัวนานจริง ชักช้าแบบนี้เดี๋ยวไม่รอซะหรอก”
“พูดมากจริงนายนี่! ยิ่งแก่ยิ่งพูดมาก” นานะตะโกนว่าเคนออกมา
“เดี๋ยวเถอะ ยัยตัวเล็ก เดี๋ยวให้นั่งรถเมล์ไปเองซะเลย”
พอจบประโยคที่เขาพูด คนในห้องก็เปิดประตูออกมาพอดี เคนตกตะลึงกับผู้หญิงร่างเล็กตรงหน้า คืนนี้นานะแต่งตัวสวยเป็นพิเศษในชุดราตรีกระโปรงสั้นสีฟ้า ที่ขับผิวขาวของเธอให้ดูผ่องนัวเนียน
“มองอะไรเล่า!” นานะว่าเคนอย่างเขินๆ เมื่อเห็นเขาจ้องมองเธอนิ่งนาน
“เปล่าๆ” เคนรีบปฏิเสธ ก่อนจะเหลือบไปเห็นสร้อยข้อมือที่นานะใส่อยู่
“สร้อยเส้นนั้น…” เคนแกล้งถาม ทั้งๆ ที่เขารู้อยู่แล้วว่าใครเป็นคนให้เธอ
“อ๋อ เอ่อ…เพื่อนให้มาน่ะ” นานะรีบตอบก่อนจะหลบตาเคนอย่างมีพิรุธ
“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ แค่จะบอกว่าสร้อยสวยดีน่ะ เหมาะกับเธอดี”
ได้ยินเคนพูดแบบนั้น นานะก็รู้สึกผิดในใจอย่างบอกไม่ถูก
“รีบไปกันเถอะ ยัยตัวเล็ก เดี๋ยวจะไม่ทันงานเริ่ม” เขายิ้มก่อนจับศีรษะเธอโยกไปมาอย่างเอ็นดู
“อืม” นานะแอบถอนหายใจโล่งอกที่เคนไม่ถามอะไรเธอมากมายเกี่ยวกับสร้อยเส้นนี้
เคนขับรถพานานะไปยัง Minitary Hotel ซึ่งเป็นโรงแรมระดับห้าดาว ด้านหน้าทางเข้ามีผู้คนมากมายมาร่วมงานในคืนนี้ รวมทั้งดารานางแบบต่างๆ ที่เคยเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับบริษัท
พวกเขาสองคนยื่นบัตรเชิญให้พนักงานที่ยืนให้บริการอยู่หน้าทางเข้า ก่อนเดินเข้าไปในงานสุดหรู นานะตื่นตาตื่นใจกับเวทีที่จัดแต่งเอาไว้สำหรับการเดินแบบโดยเฉพาะ และเธอก็ยังทันสังเกตเห็นพวกสาวๆ ที่มองเคนกันเป็นแถว จริงสินะ วันนี้เคนดูดีมากกว่าวันไหนๆ แต่แปลกที่เธอกลับไม่ใจเต้นเหมือนเมื่อก่อน
เคนพานานะไปนั่งโต๊ะที่แสดงอยู่ในบัตรเชิญซึ่งอยู่ใกล้กับเวทีมากสุด ทั้งคู่นั่งคุยกันไปพลางมองไปรอบๆ งาน ก็พบแต่นางแบบและนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงทั้งนั้น
ตอนเคนไปหยิบเครื่องดื่ม นานะกวาดสายตามองไปรอบงานเพื่อหาคนที่เธออยากเจอ แต่เนื่องจากมีผู้คนมากมาย การจะหาเขาพบไม่ใช่เรื่องยากเลย นานะถอนหายใจพร้อมกับก้มลงมองสร้อยข้อมือ
ชิน…นายไปอยู่ไหนนะ ทำไมถึงไม่ยอมมาพบฉันบ้าง
พอเคนนำเครื่องดื่มกลับมาที่โต๊ะ ก็ถึงเวลาเปิดงานพอดี ทั้งคู่นั่งมองการเดินแบบของนางแบบชั้นนำที่ใส่เครื่องประดับ Blue Tear อย่างตื่นตาตื่นใจ นานะรู้สึกภูมิใจไม่น้อยที่เธอได้เป็นนางแบบโฆษณาเครื่องประดับชิ้นนี้ด้วย
“เอาล่ะครับ แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ต่อไปนี้ กระผมจะขอเชิญให้ทุกท่านได้พบกับประธานบริษัท TANAKO คุณยามาโตะ ทาเคชิครับ ขอเสียงปรบมือต้อนรับด้วยนะครับ”
แปะๆๆๆๆๆๆ
“ขอบคุณสำหรับเสียงปรบมือนะครับ แหม…ทำให้ผมนึกว่าผมเป็นดาราไปแล้วนะครับเนี่ย ฮ่าๆ” ประธานยามาโตะกล่าวขอบคุณแขกทุกคนอย่างติดตลก ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะจากแขกได้เป็นอย่างดี
“ครับ ผมขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานเปิดตัวสินค้าใหม่ของเรานะครับ ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะบอกว่า สินค้าชิ้นนี้เป็นเทรนด์ใหม่ของวงการจิวเวลรี่เลยนะครับ คุณสมบัติของมันคือ…”
“นี่ นานะ ดูผู้หญิงที่ยืนข้างๆ ท่านประธานสิ สวยน่ารักชะมัดเลยแฮะ” เคนกระซิบเรียกให้นานะดู เธอเลยละความสนใจจากสิ่งที่ประธานบริษัทพูดไปหมด
“เหรอ ก็ดูดีนี่” นานะตอบส่งๆ ไปอย่างงั้น ใจเธอพะวงอยู่แต่เรื่องอยากเจอชิน ตอนฟังท่านประธานพูด เธอยังไม่ค่อยใส่ใจฟังเท่าไหร่เลย
“นานะ เป็นอะไรรึเปล่า ใจเธอลอยๆ พิกลแฮะ” เคนจับใบหน้าเล็กของนานะให้หันมาเผชิญหน้า
“เปล่าๆ ไม่มีอะไร” นานะรีบปฏิเสธ
“เอาล่ะครับ ก่อนที่จะมีการแสดงโชว์ชุดต่อไป ผมขอแจ้งเรื่องให้ทุกท่านทราบซักนิด”
ทุกคนตั้งใจฟังประธานบริษัท ยกเว้นนานะกับเคนที่ยังคงคุยกันอยู่เล็กน้อย
“เรื่องที่ผมจะบอกก็คือ ผู้ที่จะมาสืบทอดเจตนารมณ์ของบริษัทผม ก็คือลูกชายของผมเอง ทากามูระ ชินครับ” ประธานบริษัทกล่าวพร้อมกับผายมือไปทางด้านซึ่งชินเดินออกมา แล้วเสียงปรบมือต้อนรับจากแขกทุกคนก็ดังสนั่นขึ้น
ทากามูระ ชิน… ทั้งนานะและเคนต่างสะดุดหูกับชื่อนั้น ทั้งคู่หันไปมองบนเวที ก็พบว่าคนที่เดินออกมานั้นคือ…
“ชิน!” นานะกับเคนอุทานพร้อมกัน
“และผมก็อยากให้ทุกคนแสดงความยินดีกับลูกชายของผมด้วย เพราะอีกไม่นาน เขาจะเข้าพิธีหมั้นกับคุณหนูโคบายาชิ รุมิ ลูกสาวของประธานบริษัท ANGIES ครับ”
เสียงปรบมือแสดงความยินดีดังกึกก้อง ท่านประธานนำรุมิไปยืนคู่กับลูกชาย ซึ่งแสดงสีหน้าว่าไม่พอใจเป็นอย่างมากที่พ่อมัดมือชกเขาแบบนี้ ชินหันหน้าหนีไปมองทางอื่นอย่างไม่สนใจ แล้วเขาก็ต้องตกตะลึง เมื่อพบนานะนั่งอยู่ด้านหน้าเวที
นานะลุกขึ้นยืน วิ่งฝ่าฝูงชนซึ่งยืนปรบมือกันอยู่ออกไปทันที เธอรู้สึกเสียใจที่ชินโกหกเธอมาตลอด ชินเห็นดังนั้นก็รีบกระโดดลงจากเวทีตามนานะออกไป ทิ้งประธานบริษัทและรุมิเอาไว้บนนั้น แขกภายในงานต่างพากันงุนงงสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่พิธีกรบนเวทีก็สามารถแก้ไขสถานการณ์ไปได้ด้วยการประกาศให้เชิญชมการแสดงชุดต่อไป
“นานะ!!!” ชินตะโกนเรียกนานะที่กำลังวิ่งอยู่บนระเบียง แต่เธอไม่สนใจ ยังคงวิ่งต่อไปแม้รองเท้าส้นสูงจะทำให้วิ่งไม่ถนัดก็ตาม
“ฟังก่อน! นานะ!!” ขายาวๆ ของเขาวิ่งตามนานะจนทัน ชินคว้าตัวเธอดันเข้าหากำแพงด้านข้างทันที มือสองข้างยันกำแพงกันไม่ให้เธอหนี ร่างสูงบดบังเธอมิด
“ปล่อยฉันนะ!! ฉันไม่อยากฟัง!!”
“นานะ ฉันขอโทษที่โกหกเธอ แต่เรื่องที่พ่อประกาศ ฉันไม่รู้จริงๆ นะ”
“โกหก!! นายจะโกหกฉันไปถึงไหน เห็นอยู่ตำตาแบบนี้ยังจะมีหน้ามาโกหกอีก นายหลอกฉันมาตลอด ทั้งเรื่องนายเป็นแค่พนักงานออกแบบของบริษัทจิวเวลรี่ รวมทั้งเรื่องคืนนั้นด้วย!” นานะแผดเสียงใส่ชิน ขณะน้ำตาค่อยๆ ไหลเอ่อออกมา เธอรู้สึกเจ็บปวดมากจนไม่อยากมองหน้าเขาอีก
“นานะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ แต่เรื่องคืนนั้นฉันหมายความตามที่พูดจริงๆ นะ”
“ฉันไม่เชื่อ!! ฉันไม่เชื่อในสิ่งที่นายพูดอีกแล้ว”
นานะสะบัดตัวหลุดออกจากชินได้สำเร็จ น้ำตาไหลร่วงหล่นผ่านแก้มเธอเป็นทาง ชินได้แต่ยืนมองนิ่งอึ้ง นัยน์ตาที่เคยอ่อนโยนเสมอมากลับกลายเป็นนัยน์ตาโศก
“ฉันรักเธอนะ นานะ จะเชื่อหรือไม่เป็นสิทธิของเธอ แต่นี่เป็นความรู้สึกจริงๆ ของฉัน” ชินจ้องหน้านานะอย่างจริงจังขณะพูดความนัยออกมา
นานะตกตะลึงในคำบอกรักของเขา
“แล้วเธอล่ะ เธอรู้สึกยังไงกับฉัน…” ชินขยับร่างสูงเข้าไปใกล้
“คุณชินคะ คุณลุงให้มาตามค่ะ เอ๊ะ!” รุมิเดินมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี ภาพตรงหน้าบอกเธอให้พอเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร เธอรู้สึกโกรธและเสียใจขึ้นมาทันที
“ฉันเกลียดนายที่สุด!!! คนหลอกลวง!!!” นานะตะโกนใส่หน้าชิน ก่อนจะหันหลังวิ่งผ่านเคนซึ่งตามมาถึงพอดีออกไปด้านหน้าโรงแรม
“นานะ!!” เคนตะโกนเรียก
ผัวะ!!!!!
“ว้าย! ตายแล้วคุณชิน” รุมิร้องออกมาที่เห็นชินโดนต่อย ก่อนผวาเข้าไปประคองเขา
“นายมันแย่ที่สุด!!!! อย่ามายุ่งกับพวกเราอีกนะ” เคนชี้หน้าชินด้วยความโมโหและวิ่งตามนานะไป ทิ้งให้คนโดยต่อยยืนกุมปากและมองตามไปอย่างรู้สึกผิด
ตอนที่ 17 ขอโทษนะ…
นานะนั่งเหม่อลอยคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เธอตะโกนใส่หน้าชินว่าเกลียดที่สุดและวิ่งหนีมา ส่วนเคนก็วิ่งตามเธอมาทันและพาเธอกลับมาส่งบ้านโดยไม่พูดอะไรซักคำ
เธอก้มลงมองสร้อยข้อมือที่ใส่อยู่พร้อมกับนึกถึงคำพูดของชิน เธออยากจะเชื่อในคำพูดเขา แต่พอนึกถึงคำประกาศหมั้นระหว่างชินกับผู้หญิงคนนั้นที่พ่อเขาพูด เธอก็รู้สึกโกรธและเสียใจขึ้นมา นานะคิดว่าชินคงหลอกเธอเล่นๆ เท่านั้น ไม่ได้จริงใจอะไรหรอก
ป๊อก!!
“นั่งเหม่ออะไรอยู่ ยัยตัวเล็ก” เคนเคาะหัวนานะ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ
เธอหันมามองเคนอย่างซึมเศร้าและหันกลับไปคิดอะไรต่อคนเดียว
“เราไปเที่ยวทะเลกันดีมั้ย” เคนชวนนานะขึ้นมาลอยๆ หลังจากนั่งนิ่งเงียบอยู่นาน
นานะหันมามองเขาเป็นเชิงไม่เข้าใจ
“ก็เธอเคยบอกเราว่าเวลาเศร้าใจ เธอจะนั่งมองทะเล มองดูคลื่นที่มันซัดเข้าหาฝั่งแล้วซัดกลับคืนไป แล้วความเศร้าของเธอก็จะหายลงทะเลพร้อมกับคลื่นไง จำได้มั้ย” เคนย้อนถามนานะพร้อมกับยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน
นานะมองใบหน้าขาวของหนุ่มตรงหน้าด้วยความซึ้งใจที่เขาจดจำคำพูดเธอได้ ก่อนจะพยักหน้าตอบตกลง
เคนขับรถพานานะไปยังชายทะเลที่ใกล้ที่สุด สาวร่างเล็กเดินลงไปที่ชายหาด นั่งมองคลื่นซึ่งซัดลงทะเลไปอย่างเงียบๆ สักพักหนุ่มที่มาด้วยก็ตามมานั่งลงข้างๆ
“นานะ เธอชอบชินใช่มั้ย” เคนตัดสินใจถามเธอหลังจากที่นั่งเงียบอยู่นาน
นานะหันขวับมามามองเคนทันที เธออึ้งกับคำถามของเขา
“ตอบเรามาตามตรงเถอะ” เคนจับไหล่บอบบางของเธอให้หันหน้ามาเผชิญกับเขา และจ้องมองลงไปในดวงตาเธออย่างค้นหา
“เรา…เราไม่ได้ชอบนายนั่นซะหน่อย นายก็ได้ยินที่เราพูดเมื่อคืนแล้วนี่ นายนั่นน่ะ…นายนั่นน่ะ จะเป็นลูกใครหรือจะไปหมั้นกับใครก็ไม่เกี่ยวกับเรา” นานะพยายามฝืนยิ้มพูด แต่น้ำตาของเธอพานจะไหลออกมา
“นานะ” เคนเรียกนานะเสียงอ่อนโยน
“เราไม่ได้ชอบนายนั่น ฮึก เราเกลียดตานั่นที่สุด…ฮือๆ” นานะพูดไปสะอื้นไปก่อนจะปล่อยโฮออกมา เคนดึงเธอเข้าไปแนบอกกอดปลอบโยน
เขาปลอบนานะที่กำลังร้องไห้ซบอกเขาอย่างปวดใจ ทุกครั้งที่เธอร้องไห้ เขาจะรู้สึกเจ็บด้วยเสมอ ทั้งๆ ที่เขาควรเป็นคนทำให้เธอมีความสุข ทว่าความรู้สึกที่เธอมีต่อเขามันเปลี่ยนไปแล้ว ส่วนความรู้สึกของเขาที่ให้เธอกลับมีมากขึ้น แล้วเขาจะทำอย่างไง หากเขาเห็นแก่ตัว นานะก็คงต้องเสียใจเช่นนี้ไปตลอด ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
“ฮึกๆ ขอโทษนะเคน เรานี่ช่างขี้แยจริงๆ” นานะเริ่มจะหยุดร้องไห้ จึงกล่าวขอโทษเคนด้วยเสียงแผ่วเบา
“ไม่เป็นไรหรอก ตอนเด็กๆ น่ะ เราสองคนก็ร้องไห้ด้วยกันบ่อยๆ นี่” เคนพูดถึงความหลังด้วยสีหน้าอ่อนโยน
“นั่นสินะ หึๆ พอมาคิดๆ ดู เรานี่ช่างขี้แยจริงๆ”
“เราว่าเธอเป็นคนขี้แยแบบนี้ก็ดีแล้ว เวลาเสียใจก็ไม่ต้องฝืนทำเข้มแข็งหรอกนะ เราอยากเป็นคนปลอบเธอเวลาร้องไห้ อยากมีความสุขด้วยเวลาที่เธอดีใจ ไม่ว่าเธอจะทำอะไรหรืออยู่ที่ไหน เราก็อยากอยู่เคียงข้างเธอ ขอเพียงแค่เธอเอ่ยปากเท่านั้น นานะ”
นานะนิ่งอึ้งไปทันที เธอไม่อยากตอบรับความรู้สึกเคน เพราะเธอยังคงคิดเรื่องชินอยู่ เธอไม่อยากทำร้ายจิตใจเคนและตัวเธอเอง หากเธอตัดสินใจผิดพลาดไป นานะเลยได้แต่ก้มหน้านิ่ง
“นานะ” เคนเชยคางนานะขึ้น นัยน์ตาคมสวยของเขาจ้องมองเธออย่างหวานซึ้ง “เธอไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก แค่ใช้ความรู้สึกของเธอเป็นตัวตัดสินใจก็พอ”
แล้วเคนก็เลื่อนหน้าเข้าไปใกล้นานะเพื่อจูบเธอ นานะหลับตาฝืนนั่งนิ่ง ทั้งๆ ที่ตัวเธอรู้ดีว่าไม่อยากให้เป็นเช่นนี้ ไหล่ของเธอสั่นเล็กน้อย เคนรับรู้ได้ถึงความไม่พร้อมของเธอ เขาจึงเปลี่ยนเป็นจูบหน้าผากแทน ทำให้นานะทั้งแปลกใจและโล่งใจปนกัน
“ถ้าเธอไม่พร้อม เราก็จะรอ สบายใจแล้วก็กลับบ้านกันเถอะ ไปเร็ว ยัยตัวเล็ก” เคนลูบผมนานะเบาๆ ก่อนจะเก็บของและหันหลังเตรียมตัวกลับบ้าน
“ขอโทษนะ เคน” นานะคว้าแขนเคนไว้และบอกเขาอย่างรู้สึกเสียใจ
“คิดมากน่า ยัยตัวเล็ก” เคนหันมาส่งยิ้มให้นานะ ก่อนจะยีหัวเธอและกอดคอเธอกลับไปที่รถ
นานะรู้สึกสบายใจที่เคนยังคงทำตัวเหมือนเดิม
“แกจะทำให้ฉันขายหน้าไปถึงไหน หา!! ชิน” ประธานยามาโตะฟาดหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวหน้าสังคมว่า ‘ว่าที่ลูกสะใภ้บริษัท TANAKO ถูกทิ้งไว้กลางงานเปิดตัวสินค้าจิวเวลรี่ตัวใหม่เมื่อคืนวานนี้’ ลงกับโต๊ะด้วยความโมโห
หนุ่มร่างสูงมองตามด้วยสายตาเย็นชาและไม่รู้สึกยินดียินร้ายอะไรกับข่าวนั้น
“แกจะทำให้ฉันหนักใจไปถึงไหน ผู้หญิงดีๆ อย่างรุมิจังไม่สนใจ แต่ดันไปสนใจผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้านั่น แกต้องการผู้หญิงเท่าไหร่ ฉันหาซื้อให้แกได้ แต่ลูกสะใภ้ของตระกูลยามาโตะต้องเป็นโคบายาชิ รุมิเท่านั้น แกได้ยินมั้ย!!!!” พ่อตะโกนใส่ชินด้วยความโกรธ เมื่อรู้เรื่องทั้งหมดจากปากรุมิ
“นานะไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่พ่อจะซื้อได้ด้วยเงิน และที่สำคัญผมไม่สนใจผู้หญิงที่เห็นแก่เงินเหมือนผู้หญิงของพ่อด้วย” ชินพูดน้ำเสียงแฝงความเยาะเย้ย
“ไอ้ชิน!!! แกกล้าดียังไงมาพูดกับฉันแบบนี้” ท่านประธานโมโหจนเส้นเลือดปูดและเริ่มมีอาการหายใจหอบ
“ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อมัวแต่ไปยุ่งกับผู้หญิงพวกนั้น แม่ก็คงไม่เสียใจจนตายหรอก” เขามองพ่อนิ่ง เขายังคงคิดเสมอว่าพ่อเป็นสาเหตุทำให้แม่ตาย
“แก!!! ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉัน ไป!!”
ชินจ้องมองพ่อด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างไม่แยแส และสวนกับรุมิที่เดินเข้ามาพอดี
“โอ๊ย!!” ประธานยามาโตะร้องออกมาและยกมือกุมหน้าอก
“ตายแล้ว! คุณลุงคะ เป็นอะไรรึเปล่าคะ” รุมิรีบกุลีกุจอหยิบยาแก้โรคหัวใจให้กับท่านประธาน
“ลุงไม่เป็นไร หนูรุมิ ไม่ต้องกลัวนะ ยังไงๆ หนูก็ต้องแต่งงานกับเจ้าชินจนได้ล่ะ” เขากัดฟันและนั่งลงที่โซฟาอย่างเหนื่อยอ่อน โดยมีรุมิคอยดูแลเป็นอย่างดี
ชินเดินออกจากบริษัทด้วยความโกรธ เขาขับรถออกไปอย่างรวดเร็วจนยามแทบจะเปิดประตูให้ไม่ทัน และขับไปจอดยังสุสานซึ่งแม่เขาถูกฝังอยู่
“แม่ครับ… ทำไมพ่อต้องบังคับผมด้วย พ่อไม่เคยเข้าใจผมเลยซักนิด บังคับให้ผมช่วยบริหารงานไม่พอ ยังคิดจะบังคับให้ผมแต่งงานกับผู้หญิงที่ผมไม่ได้รักอีก… ทำไม…ทำไมแม่ต้องรีบจากผมไปด้วย” ชินซบหน้าลงกับป้ายหลุมศพอย่างท้อใจ
To Be Continue >>>
