รักวุ่นวายของยัยตัวเล็ก Part X~

07

 

ตอนที่ 24 ความจริงที่เพิ่งรับรู้…

 

นานะเดินจ้ำออกจากสตูดิโอราวกับพายุ แต่แล้วโคจิโร่ซึ่งวิ่งตามมาทันก็ลากตัวเธอขึ้นรถแท็กซี่ แล้วพาไปนั่งสงบสติอารมณ์ที่ริมแม่น้ำ นานะนั่งนิ่งเงียบอยู่กับที่ ภายในหัวเต็มไปด้วยภาพของชินจูบกับรุมิ

“พวกตระกูลยามาโตะก็เป็นแบบนี้ล่ะ” ช่างภาพหนุ่มซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นมาลอยๆ

“ประธานยามาโตะน่ะเจ้าชู้และเสือผู้หญิงมาก มีข่าวลือว่ามีลูกลับๆ ตั้งหลายคน แต่ก็ยังจับไม่ได้ซะที ที่เห็นเป็นตัวเป็นตนก็นายทากามูระเนี่ยล่ะ ที่เขายอมรับอย่างออกหน้าออกตา แต่ดูเหมือนทากามูระคุงจะไม่ค่อยชอบพ่อตัวเองหรอก เพราะประธานยามาโตะมัวแต่ไปยุ่งกับผู้หญิงอีกคน ทำให้มาดูใจแม่ของเขาที่ป่วยหนักจนเสียชีวิตไม่ทัน นั่นล่ะ สาเหตุที่ทำให้สองพ่อลูกไม่ค่อยจะลงรอยกันนัก”

นานะที่เหม่อลอยอยู่หันมาฟังอย่างแปลกใจกับข้อมูลใหม่ที่เพิ่งรับรู้ ตลอดเวลาชินไม่เคยเล่าเรื่องส่วนตัวของเขาให้เธอฟังเลย

“เพราะเหตุนี้ ทากามูระคุงถึงไม่ยอมใช้นามสกุลยามาโตะ แต่ใช้นามสกุลของแม่แทน ก็คือทากามูระยังไงล่ะ” โคจิโร่หันมามองหน้านานะที่กำลังตั้งใจฟังอย่างสนเท่ห์

“ลูกไม้ก็คงหล่นไม่ไกลต้นหรอก แถมยัยคุณหนูของบริษัท ANGIES ทั้งสวยทั้งรวย แม้จะอายุยังน้อย แต่ก็มีความสามารถในการบริหารงานไม่แพ้ทากามูระ เพราะเธอเป็นคนคอยช่วยประธานบริษัท ANGIES บริหารงานต่างๆ ในบริษัท และที่สำคัญสุดก็คือ บริษัทของประธานยามาโตะก็ร่วมงานกับบริษัท ANGIES เสียด้วย เขาคงไม่ยอมให้ลูกชายไปยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นนอกจากลูกสาวของประธานบริษัท ANGIES หรอก” โคจิโร่ยังคงเล่าข้อมูลที่เขาสืบมาได้ไปเรื่อยๆ

นานะรู้สึกเห็นใจชินมากเมื่อได้ฟังเรื่องนี้ เธอรู้สึกสงสารชิน เพราะแม้เธอจะไม่มีพ่อและไม่ร่ำรวย แต่เธอก็มีแม่ที่คอยรักและเอาใจใส่ในตัวเธอ

“ฉันว่าเธอตัดใจจากเขาซะเถอะ เธอไม่มีทางสู้ยัยคุณหนูนั่นได้หรอก เชื่อฉัน…” โคจิโร่พูดไปเรื่อยๆ

“หยุดพล่ามซะทีได้มั้ย!! ฉันไม่สนใจหรอกว่ายัยนั่นจะเป็นคุณหนูหรือเป็นใครมาจากไหน แต่การที่มาบังคับชินแบบนี้น่ะฉันยอมไม่ได้หรอก ฉันไม่สนใจว่าชินจะจูบกับใครหรือมีอะไรกับใคร ฉันรักชิน!!! ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันก็จะไม่มีวันยอมเสียชินไปเด็ดขาด” นานะบอกเสียงกร้าว

โคจิโร่ฉงนและแปลกใจมากกับความคิดของเธอ เขาเดาว่านานะจะยอมแพ้หรือถอยห่างจากชินออกมาซะอีกเมื่อได้ฟังสิ่งที่เขาเล่า

“เธอแน่ใจเหรอ ถ้าเธอยังคิดจะยุ่งกับนายทากามูระนั่น เธออาจจะต้องเจ็บตัวและเสียใจก็ได้นะ” โคจิโร่ถามซ้ำ

“ฉันแน่ใจ!! และฉันก็มั่นใจด้วยว่าชินก็รู้สึกเช่นเดียวกับฉัน” นานะตอบอย่างมั่นใจ

“ทั้งๆ ที่เขามีผู้หญิงสวยอื่นๆ มากมายมารายล้อมแบบนั้นน่ะเหรอ แล้วเทียบกับตัวเธอ… ฉันไม่อยากจะพูดหรอกนะ แต่ฉันขอแนะนำให้เธอถอนตัวจากเขาดีกว่า อย่าดื้อรั้นไปเลย”

คำพูดของเขาทำให้เธอหยุดชะงัก ความจริงเธอคิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้เสมอ ว่าตัวเธอไม่มีอะไรเทียบเท่ากับรุมิหรือผู้หญิงคนอื่นๆ ได้ แต่ชินก็ยังมารักเธอ ถึงเธอจะคลางแคลงใจ แต่ความรู้สึกที่ชินมีให้เธอไม่ใช่เรื่องโกหกแน่ เธอมั่นใจ

“ฉันน่ะ… ฉันน่ะ…รู้ตัวดีว่าไม่มีอะไรสู้ผู้หญิงพวกนั้นได้ ฮึก แต่ความรู้สึกของฉันไม่แพ้ใครแน่ ฮึก…ฉันรักเขา… ฮือๆ ฉันรักชิน…” นานะร้องไห้ออกมาเบาๆ อย่างรู้สึกอัดอั้น แม้เธอจะบอกโคจิโร่เช่นนั้น แต่ลึกๆ แล้วเธอก็หวาดหวั่นเหมือนกันว่าชินจะไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด

ช่างภาพหนุ่มตกใจและรู้สึกผิดที่ไปตอกย้ำจนสาวตัวเล็กร้องไห้ออกมา เขาไม่รู้จะปลอบโยนนานะยังไง เลยได้แต่นั่งเงียบๆ เป็นเพื่อน ปล่อยให้เธอร้องไห้จนสบายใจ

“เอ้า!! ผ้าเช็ดหน้า เช็ดน้ำตาซะ ร้องไห้เป็นเด็กๆ ไปได้”

“พรืด!!!” นานะรับผ้าเช็ดหน้ามาและสั่งน้ำมูกลงในผ้าผืนนั้นอย่างแรง

“เฮ้ย!! เธอ!! ฉันให้เธอเอาไปเช็ดน้ำตานะ ไม่ใช่เอาไปสั่งขี้มูก!!!”

“อะ เอาคืนไป”

“เอ่อ ช่างเถอะ เอาไปเถอะ” โคจิโร่จ้องมองผ้าเช็ดหน้าด้วยสีหน้าแหยงๆ และรีบโบกมือปฏิเสธ

นานะจึงเอากลับไปสั่งน้ำมูกอีก

“แล้วทีนี้ เธอจะทำยังไงต่อไปล่ะ”

“ไม่รู้เหมือนกัน ขอคิดดูก่อน” นานะส่ายหน้าอย่างไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง

หลังจากนั้นโคจิโร่ก็พานานะมาส่งถึงบ้าน ก่อนจะขอตัวกลับไปทำงานของเขาต่อ คืนนั้นชินโทรมาหาเธอ แต่เธอไม่ยอมรับสาย เอาแต่นั่งครุ่นคิดถึงสิ่งที่โคจิโร่พูดและเหตุผลที่ชินไปจูบรุมิ แต่ยิ่งคิดนานะก็ยิ่งสับสน แล้วเธอก็คิดได้ว่าจะหลบชินไปทำไม เผชิญหน้าถามมันให้รู้เรื่องไปเลยดีกว่า อีกอย่าง…เธออยากจะคุยกับเขาเรื่องประวัติความเป็นมาของเขาที่โคจิโร่บอกเธอด้วย

 

วันรุ่งขึ้น นานะได้รับโทรศัพท์จากสถานีโทรทัศน์ TVC ซึ่งจะทาบทามเธอให้เข้าร่วมแสดงละครซีรี่ส์สั้นๆ แนววัยรุ่น

“เอ่อ…ฉันคงเล่นไม่ได้หรอกค่ะ เพราะไม่มีความสามารถเพียงพอ” นานะตอบปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวล

“แต่ว่าบทที่น้องได้รับเป็นบทหญิงสาวที่สดใสร่าเริง และอิมเมจของน้องก็ตรงกับบทนี้มากนะคะ” เสียงปลายสายพยายามขอร้องให้เธอรับแสดง

“แต่ว่า…”

“ที่สำคัญ คนที่แสดงคู่กับน้องคือทากามูระ ชินนะคะ น้องสองคนกำลังคบกันอยู่ พวกเราเลยคิดว่าบทที่ต้องเล่นใกล้ชิดกันคงไม่มีปัญหาสำหรับพวกน้องแน่นอนค่ะ”

“ชินเล่นคู่กับฉันเหรอคะ” นานะถามย้ำด้วยความแปลกใจ

“ใช่แล้วค่ะ ทากามูระคุงตอบตกลงแสดงร่วมด้วยแล้ว ดังนั้นขอรบกวนมาคิมูระจังด้วยนะคะ”

“…” นานะนิ่งเงียบไป

“ว่ายังไงคะ มาคิมูระจัง” เจ้าหน้าที่สถานีถามย้ำอีกครั้ง

“ตกลงค่ะ ฉันจะเล่น”

“ขอบคุณมากค่ะ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้…” นานะรับฟังการนัดหมายด้วยความหวั่นใจ

พอวางสายเธอก็เดินออกไปหาแม่ที่หน้าร้าน เพื่อบอกเรื่องมีคนมาติดต่อให้ไปเล่นละคร

“ไม่ได้นะ นานะ!”

นั่นคือคำตอบที่เธอไม่คาดคิดจะได้ยิน

“ทำไมล่ะคะแม่ ที่ถ่ายโฆษณาแม่ยังให้หนูถ่ายเลย แล้วทำไมหนูถึงจะเล่นละครไม่ได้” นานะงงงันกับความคิดของแม่

“ก็…เพราะว่าแม่ไม่อยากให้ลูกอยู่วงการนี้เต็มตัว ลูกควรจะเอาเวลาไปสนใจการเรียนมากกว่าจะมาสนใจเรื่องแบบนี้ ที่แม่ยอมให้ถ่ายโฆษณานั่น เพราะเห็นว่ามันแค่สั้นๆ เท่านั้น”

“แต่หนูตอบตกลงเค้าไปแล้วนะคะ”

“ตอบตกลงก็ยกเลิกได้”

“แต่ว่า..”

“ไม่ต้องแต่แล้วนานะ แม่ขอยืนคำขาดว่าห้ามเป็นดารา! เรื่องนี้แม่ขอเถอะนะ”

นานะสังเกตเห็นว่าแม่น้ำตาคลอ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ถึงเครียดกับการที่เธอจะแสดงละครสั้นๆ มากขนาดนี้ ถึงแม่จะอ้างเรื่องเรียน แต่ตอนนี้ก็ปิดเทอมพอดี เธอไม่เข้าใจแม่เลย นานะรู้ว่าหากแม่ยื่นคำขาดอย่างนี้ แสดงว่าเธอพูดอะไรไปก็เปล่าประโยชน์ แต่เธอก็อยากเจอชิน อยากแสดงละครร่วมกับเขา

วันรุ่งขึ้นนานะแอบหนีแม่ไปสถานีโทรทัศน์ TVC เธอนอนคิดเรื่องนี้ทั้งคืนและก็ตัดสินใจขัดขืนคำสั่งแม่ในที่สุด ช่วยไม่ได้ ก็เธออยากเจอชินมากนี่นา เธออยากปรับความเข้าใจกับเขา ถามเขาเรื่องรุมิให้รู้เรื่อง

ขณะกำลังเดินขึ้นบันไดของตึกสถานีโทรทัศน์ นานะก็ได้ยินเสียงของคนสองคนกำลังทะเลาะกันอยู่ด้านบน

“ปล่อยแขนผมได้แล้ว!”

“แหม…เราเป็นคู่หมั้นกันนะคะ คุณไปไหน ฉันก็ต้องไปด้วยเป็นธรรมดาอยู่แล้ว”

“ผมไม่มีวันแต่งงานกับคุณเด็ดขาด!!”

“นานะ…” ชินซึ่งกำลังพยายามแกะมือรุมิออกจากตัว เหลือบไปเห็นนานะที่เดินขึ้นบันไดมาพอดี

“อุ๊ย!” รุมิแสร้งทำตาโต

“นานะ” ชินเรียกชื่อเธอออกมาเบาๆ พร้อมกับจะเดินเข้าไปหานานะซึ่งใบหน้าไม่แสดงความรู้สึกใดๆ  แต่รุมิยื้อแขนของเขาเอาไว้ก่อน

“เธอ! มายืนทำอะไรตรงนี้ล่ะ” โคจิโร่ที่ตามมาทำข่าวของพวกเขาเดินขึ้นบันไดตามหลังนานะมาพอดี แล้วเขาชะงักเมื่อเห็นว่าคนสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านานะเป็นใคร

“นายมาช้าจริงๆ เลยนะ บอกแล้วว่าอย่ามาสาย” นานะเห็นโคจิโร่ จึงหันไปยิ้มหวานให้เขา ก่อนจะคล้องแขนเขาด้วยท่าทีสนิทสนม ชินจ้องมองเธอด้วยความไม่พอใจ

“หา?”

“เราไปกันเถอะ” นานะตัดบทก่อนที่ช่างภาพหนุ่มจะพูดอะไรออกมา พร้อมกับลากเขาให้เดินตามเธอเข้าไปด้านในสถานี

ชินมองตามพวกเขาไปพลางขบกรามแน่น

 

ตอนที่ 25 เปิดศึก!

 

“นี่เธอ! คิดจะเอาฉันเป็นเครื่องมือในการประชดทากามูระเรอะ” โคจิโร่ถามนานะเมื่ออยู่กันตามลำพัง

“เปล่าย่ะ!! อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย!!” นานะรีบสะบัดมือออกจากการควงแขนเขาทันที

“อ้าว! ตะกี้ไม่เห็นเป็นแบบนี้เลยนี่” ช่างภาพหนุ่มท้วงนานะอย่างล้อๆ

“ช่างฉันเถอะน่า ฉันก็แค่ถอยออกมาตั้งหลักเท่านั้นย่ะ ไม่ใช่ประชด อย่าเข้าใจผิด” นานะเถียงข้างๆ คูๆ อย่างไม่ยอมแพ้

“เหรอ แต่ถ้าเธอคิดจะใช้ฉันเป็นเครื่องมือ ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ เพราะฉันก็เริ่มรู้สึกสนใจสาวตัวเล็กอย่างเธอแล้วสิ” โคจิโร่ยิ้มกริ่มพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้หน้านานะ เขาเอามือยันกำแพงข้างตัวเธอไว้

นานะเริ่มรู้สึกกลัวดวงตาเรียวใหญ่ที่เป็นประกายวิบวับของเขา ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกและผลักเขาออกอย่างแรง

“ฝันไปเถอะย่ะ!!” นานะแยกเขี้ยวใส่

“ฮ่าๆๆๆๆ”

“แหม ดูจะสนิทสนมกันจังเลยนะ คุณชินคิดเหมือนกันมั้ยคะ” รุมิกับชินซึ่งเดินมาถึงตรงที่นานะกับโคจิโร่ยืนอยู่พูดแทรกขึ้น

ทั้งสองคนหยุดชะงักและหันไปมอง ก็พบคนพูดยืนควงแขนหนุ่มร่างสูงซึ่งเป็นต้นเหตุของเรื่องอยู่ใกล้ๆ ดวงตาได้รูปสวยของเขาจ้องมองผู้หญิงตัวเล็กกับหนุ่มมาดเซอร์ตรงหน้าอย่างไม่พอใจ ขณะเขาพยายามแกะมือรุมิออก แต่เธอกลับจับเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

“แหม มาคิมูระจังเนี่ย ถ้าจะชอบแต่ช่างภาพมาดเซอร์สินะ แล้วเอาช่างภาพคนก่อนไปไว้ที่ไหนแล้วล่ะ” รุมิพาดพิงถึงเคนพลางทำหน้าใสซื่อถาม ทำให้นานะเริ่มไม่พอใจ

“แล้วมันไปหนักส่วนไหนของเธอไม่ทราบ หรือว่าอิจฉาที่ไม่มีคนควงเหมือนฉันล่ะ”

“ตายแล้ว!! ฟังที่มาคิมูระจังพูดสิคะ ชิน เธอยอมรับออกมาแล้วว่าเธอเปลี่ยนคู่ควงไม่ซ้ำหน้า” รุมิรีบฉวยโอกาสใส่ไฟนานะทันที

“หึ ก็ยังดีกว่าเธอแล้วกัน หน้าตาก็สวย แต่ไม่อยากเชื่อว่าไม่มีปัญญาหาแฟน ถึงได้คอยมาวิ่งไล่จับแฟนคนอื่นเขาแบบนี้” นานะสวนกลับทันที

“นี่เธอ!!” รุมิปล่อยมือจากชินและเดินไปยืนตรงหน้านานะ จ้องมองเธอด้วยสายตาโกรธแค้น

“ทำไม!!” ถึงนานะจะตัวเล็กกว่า แต่เธอก็ยืนเชิดหน้าไม่ยอมแพ้เช่นกัน

“เอ้อ ขอโทษนะคะ ทากามูระคุงกับโคบายาชิซังคะ คือผู้กำกับให้มาตามไปลองซ้อมละครที่จะถ่ายทำก่อนน่ะค่ะ” ทีมงานของสถานีโทรทัศน์เดินมาเรียก ทำให้นานะกับรุมิชะงัก

“เมื่อกี้ว่ายังไงนะคะ ใครกับใครนะคะ” นานะหันไปถามอย่างแปลกใจ

“นั่นสิ ผมว่าผมได้ยินชื่อคนที่จะมาแสดงร่วมกับผมผิดนะครับ” ชินรีบเดินตรงเข้าไปหาทีมงานทันที

“เอ่อ คนที่จะแสดงร่วมกับทากามูระคุงคือโคบายาชิซังค่ะ พอดีเมื่อเช้ามีการเปลี่ยนตัวคนแสดงนำเล็กน้อยค่ะ” ทีมงานก้มลงมองดูรายชื่ออย่างแน่ใจอีกครั้ง

นานะกับชินมองหน้ากันอย่างตกตะลึง

“เสียใจด้วยนะเธอ คงมาเสียเที่ยวเสียแล้วล่ะ หึๆ” เสียงเยาะเย้ยของรุมิดังแทรกเข้ามา

“สกปรกที่สุด!!” นานะตะโกนสุดเสียงใส่รุมิ ก่อนจะวิ่งออกไปจากตรงนั้น

โคจิโร่รีบวิ่งตามเธอไปทันที โดยมีเสียงหัวเราะของรุมิดังตามหลังไป

“ทำไมทำแบบนี้!!” ชินโกรธจัด ตรงเข้าบีบแขนของรุมิอย่างแรง

“หึ! คุณพ่อของคุณเป็นคนจัดการเองนะคะ ถ้าอยากรู้สาเหตุ ฉันคิดว่าคุณไปถามพ่อของคุณเองดีกว่า” รุมิสะบัดแขนออกจากชินและเดินตามทีมงานไปอย่างผู้ชนะ

ชินได้แต่มองไปทางที่นานะวิ่งออกไปอย่างเสียใจ

 

นานะวิ่งออกจากสถานีด้วยความโกรธ เธอวิ่งไปหยุดที่สนามเด็กเล่นแห่งหนึ่งและหอบด้วยความเหนื่อย สายตาเหลือบไปเห็นกิ่งไม้ที่ตกอยู่ จึงหยิบมันขึ้นมาถือไว้และเดินตรงไปยังกอหญ้าที่ขึ้นอยู่ริมสนามเด็กเล่น

“นี่แน่ะ! นี่แน่ะ! ยัยบ้า หน้าสะเหร่อ” นานะเอากิ่งไม้ฟาดต้นหญ้าข้างทางด้วยความโกรธ “เชอะ! ก็แค่รวยกับทำท่าวางตัวเป็นคุณหนู ที่แท้ก็ไม่ต่างอะไรกับนางมารร้ายในทีวีเลย เหอะ!”

นานะกระแทกตัวนั่งลงบนพื้นหญ้าอย่างเหนื่อยหอบ ดวงตากลมโตของเธอวาวโรจน์ แก้มแดงก่ำ

“ระบายอารมณ์กับต้นหญ้ามันไม่ช่วยให้ดีขึ้นมาหรอกนะ” เสียงของโคจิโร่ดังขึ้นด้านหลัง

“เกี่ยวอะไรกับนาย!!!”

“ก็ฉันเคยบอกเธอแล้วไง ว่าเธอเอาชนะคุณหนูบริษัท ANGIES นั่นไม่ได้หรอก เธอก็ไม่เชื่อฉัน ฉันว่ายอมแพ้เสียตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวและเสียใจมาก”

เขาส่ายหน้าอย่างอ่อนใจก่อนนั่งลงข้างเธอ นานะนิ่งเงียบอย่างใช้ความคิด

“ว่ายังไง” โคจิโร่ถามย้ำ

“ไม่มีทาง!! คอยดูฉันบ้างแล้วกัน” นานะตอบด้วยเสียงมาดมั่น ทำให้โคจิโร่รู้สึกแปลกใจกับผู้หญิงตรงหน้ามากยิ่งขึ้น

 

ภายในห้องส่งของสถานี ชินและรุมิกำลังซ้อมละครก่อนจะถ่ายทำจริงอย่างเคร่งเครียด เพราะดูเหมือนรุมิจะแสดงไม่ถูกใจผู้กำกับเอาซะเลย แอ็คติ้งของเธอแข็งเป็นหิน และคาแรกเตอร์ก็ไม่ตรงกับบทบาทของผู้หญิงในเรื่องแม้แต่น้อย ผู้กำกับได้แต่ส่ายหน้าด้วยความหนักใจ

“…ฉันไม่ว่าอะไรเธอหรอกนะ ถ้าเธอจะมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้น เพราะฉะนั้นเธอไปหาผู้หญิงคนนั้นเถอะ…” รุมิพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน มองชินด้วยแววตารู้ทันก่อนจะพูดตามบทละคร ส่วนชินมองหน้ารุมิอย่างไม่มีอารมณ์ใดๆ

“คัท!!!!!!!!” ผู้กำกับตะโกนเสียงดังอย่างไม่พอใจ ทำให้ชินกับรุมิชะงักไปทันที

“นี่มันอะไรกัน!! โคบายาชิซัง ทำไมถึงพูดกับพระเอกด้วยน้ำเสียงและแววตารู้ทันอย่างนั้น ตามบทน่ะ เซโกะต้องพยายามฝืนแกล้งทำเป็นไม่รู้สิ เพราะงั้นอากิระถึงตรงเข้ากอดเซโกะที่เก็บอาการไว้ไม่ไหว แต่นี่เธอเล่นพูดแบบนั้น เธอเคยมีความรักบ้างรึเปล่า หา!!” ผู้กำกับตะคอกถามอย่างไม่พอใจซึ่งจี้ใจดำของรุมิพอดี

เธอหน้าเสียไปเล็กน้อย ส่วนหนุ่มหล่อตรงหน้าก็มองเธอด้วยแววตาสะใจ

“พอๆ พักก่อนเลย ไม่ไหวๆ” ผู้กำกับส่ายหน้าและบ่นออกมา

“ขอโทษนะคะ” นานะเปิดประตูเข้ามาในห้องที่กำลังซ้อมละครกันอยู่ ทำให้ทุกคนหันไปมองอย่างแปลกใจ รวมทั้งชินและรุมิด้วย

“เธอเป็นใคร” ผู้กำกับถามด้วยความสงสัย

“ฉันคือมาคิมูระ นานะค่ะ คนที่ได้แสดงบทนำเรื่องนี้ตอนแรก ฉันอยากรู้ถึงสาเหตุที่เปลี่ยนตัวฉัน โดยที่ยังไม่ทันให้ฉันได้ทดลองเล่นดูก่อน ถ้าหากฉันเล่นได้ไม่ดี ฉันจะยอมรับในสิ่งที่ตัดสินใจกัน แต่ยังไงให้ฉันทดลองเล่นให้ดูก่อนได้มั้ยคะ”

ผู้กำกับมองหน้าเธออย่างชั่งใจ

“ก็ดีเหมือนกัน ไหนๆ โคบายาชิซังก็ดูจะเข้าถึงบทบาทของเซโกะไม่ได้ เธอลองดูละกัน ใครก็ได้เอาบทมาให้ทีสิ” ผู้กำกับตัดสินใจยอมให้นานะลองเล่นดู

นานะรับบทมาอ่าน โดยในบทนั้นเป็นตอนที่เซโกะจับได้ว่าชายคนรักของเธอมีผู้หญิงอีกคน และเธอต้องทำเป็นไม่รับรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งทำให้นานะนึกถึงตอนที่เห็นชินจูบกับรุมิขึ้นมา

“เริ่มได้!” ผู้กำกับตะโกนบอก

“อากิระ…ทุกวันฉันคิดถึงแต่เธอและมองแต่เธอคนเดียว ดังนั้นหากการมีผู้หญิงอีกคนจะทำให้เธอมีความสุข เธอก็ไปหาเขาเถอะ ฉันยินดีและจะมีความสุขกับเธอด้วย” นานะพูดตามบทไป พร้อมกับนึกภาพที่ชินจูบกับรุมิขึ้นมา แล้วน้ำตาเธอก็ไหลออกมาตามความรู้สึกในใจ เธอคิดจริงๆ นะว่าถึงแม้ชินจะจูบกับใครหรือจะมองใคร เธอก็ยังคงรักเขาอยู่ดี

ชินเดินตรงเข้าไปกอดนานะอย่างอ่อนโยน เขารับรู้แล้วว่านานะเสียใจมากแค่ไหน

“คัท!!” ผู้กำกับตะโกนออกมา สีหน้ามีความยินดี “ดีมาก!! ต้องแบบนี้สิถึงจะเป็นเซโกะจริงๆ เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็เปลี่ยนตัวคืน ให้มาคิมูระ นานะแสดงบทของเซโกะตามเดิม ทากามูระคงไม่มีปัญหานะ”

“ถ้าผู้กำกับคิดแบบนั้น ผมก็ไม่มีปัญหาครับ” ชินตอบผู้กำกับอย่างดีใจ

“เอาล่ะ โคบายาชิซังเสียใจด้วยนะ แต่ว่าเดี๋ยวผมจะบอกทางสปอนเซอร์เอง เอ้า! วันนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยถ่ายต่อ”

นานะและชินมองหน้ากันอย่างยินดีที่ได้เล่นละครร่วมกันและปรับความเข้าใจกันได้  ส่วนรุมิได้แต่ตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนพูดอะไรไม่ออก

 

To Be Continued >>

ใส่ความเห็น