
ตอนที่ 26 ถ้ารักฉันจริง…ก็จูบฉันสิ
การถ่ายทำละครที่มีนานะและชินเป็นตัวแสดงนำผ่านไปอย่างราบรื่น แม้ทั้งคู่จะไม่เคยแสดงมาก่อน แต่ก็เข้าถึงบทบาทของตัวละครได้เป็นอย่างดี ทางสถานีโทรทัศน์จึงตัดสินใจนำทั้งคู่มาสัมภาษณ์ออกรายการเพื่อเป็นการโปรโมทก่อนที่ละครจะออนแอร์
“นานะ วันนี้เธอสวยจัง” ชินกระซิบชมนานะเบาๆ หลังจากทั้งคู่มานั่งเคียงข้างกันที่โซฟาเพื่อรอออกอากาศสัมภาษณ์
“แต่ฉันว่าคงสวยสู้รุมิจังไม่ได้หรอกมั้ง” นานะประชดชินกลับด้วยอาการงอนเล็กน้อย
“โธ่…นานะ ฉันอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังแล้วนี่นา จะไม่ยกโทษให้ฉันเหรอ” หมาจิ้งจอกหน้าหล่อทำหน้าอ้อนซะ จนนานะรู้สึกหมั่นไส้เอื้อมมือไปบิดแก้มเขาเบาๆ และแกล้งวางท่าปั้นปึงต่อ
“ถ้าอยากให้ฉันยกโทษให้ ก็มีวิธีนะ” นานะกลั้นยิ้ม
“ทำยังไง บอกมาซิ”
“…ลำดับต่อไปนะครับ ทุกท่านจะได้พบกับคู่ขวัญที่กำลังเป็นที่กล่าวถึงกันอยู่ในตอนนี้ และนี่เป็นการแสดงครั้งแรกของทั้งสองคนเลยนะครับ…” เสียงพิธีกรเกริ่นนำเพื่อนำเข้าสู่การสัมภาษณ์นานะและชิน
“ต่อหน้ากล้องถ่ายทอดสดแบบนี้ ถ้านายจูบฉันให้หวานกว่าที่จูบรุมิ ฉันจะยกโทษให้” นานะยักคิ้วให้เขา
ชินอึ้งไปกับคำพูดของเธอ เขาไม่คาดคิดว่านานะจะกล้าขอให้เขาทำขนาดนั้น
“ว่าไงล่ะ ถ้ารักฉันจริง ก็จูบฉันสิ” นานะยิ้มเจ้าเล่ห์ เธอคิดว่าชินไม่กล้าทำหรอก เธอก็แค่อยากแกล้งหมาจิ้งจอกเล่นบ้างเท่านั้นเอง
“ขอเชิญพบกับพระเอกของเรา ทากามูระ ชินครับ ขอเสียงปรบมือด้วยครับ” พิธีกรเอ่ยปากเชิญชินขึ้นบนเวที
“เอ้า! รีบๆ ไปสิ เดี๋ยวเขารอนะ” นานะหัวเราะเบาๆ ก่อนจะโบกมือไล่ชิน
ชินขยับร่างสูงขึ้นพลางหันมองสาวตากลมที่นั่งอยู่เล็กน้อย ก่อนเดินไปทางเวที
พรึ่บ! ทันใดนั้นเองไฟในห้องส่งก็ดับลง เหลือเพียงไฟสำรองใกล้เวทีที่เป็นแสงสลัว
“ไฟตก รีบแก้ไฟเร็วเข้า!” เสียงทีมงานตะโกนโหวกเหวกบอกทีมเทคนิค
“ว๊าย!”
นานะร้องเมื่อมือของใครคนหนึ่งดึงตัวเธอขึ้นยืน จากนั้นเธอก็รู้สึกถึงสัมผัสนุ่มที่ริมฝีปาก และแล้วแสงไฟในห้องส่งก็สว่างขึ้นทันที เป็นจังหวะเดียวกับที่นานะถูกปล่อยตัว เธอจ้องมองหน้าของคนที่ขโมยจูบเธออย่างตะลึง
“ตาบ้า!”
“ว่าฉันทำไม ก็เธอบอกให้ฉันทำแบบนี้เองนี่” หมาจิ้งจอกหน้าหล่อยักคิ้วให้เธออย่างชอบอกชอบใจ ก่อนจะหันเดินกลับไปยังเวที ทิ้งให้นานะทำอะไรไม่ถูก และได้แต่นั่งหน้าแดงลงไปที่โซฟาตามเดิม
หลังจากเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ นานะกับชินก็จูงมือเกี่ยวก้อยกันออกจากสถานี และขณะอยู่ในรถ เสียงโทรศัพท์มือถือของนานะก็ดังขึ้น
“ฮัลโหลเคน หา!! ว่าไงนะ แม่รู้เรื่องแล้วโกรธมากเหรอ!! แล้วแม่เราว่าอะไรเราบ้างล่ะ อืม…โอเค งั้นแค่นี้นะ บายจ้ะ” นานะกดวางสายด้วยสีหน้าซีเรียส
“เป็นอะไรไป นานะ” ชินถามด้วยความสงสัย
“แม่เห็นฉันในโทรทัศน์แล้วล่ะ”
“เหรอ แล้วแม่ว่าไง ชมเธอใหญ่เลยล่ะสิ” เขาหันมายิ้มและรีบหันไปมองถนนต่อ
“ชมบ้าอะไรล่ะ…แม่โกรธมากต่างหาก”
“แม่เธอจะโกรธทำไม ไม่เห็นเข้าใจเลย” ดวงตาสวยมีแววสังสัย
“คือ…ฉันยังไม่ได้บอกนายว่า… จริงๆ แล้วแม่ไม่ได้อนุญาติให้ฉันมาเล่นละครหรอก ฉันแอบขัดคำสั่งแม่น่ะ”
เอี๊ยด! ชินเบรครถอย่างกระทันหัน รีบหันมาจ้องหน้านานะที่ก้มหน้าหลบตาอยู่ทันที
“ว่าไงนะ แล้วทำไมฉันไม่รู้เรื่องนี้”
“ก็…ไม่ว่าไงฉันก็จะเล่นละครกับนาย บอกนายไปนายก็กังวลเปล่าๆ…”
“โธ่ ยัยตัวเล็กเอ๊ย”
“แล้วฉันจะทำไงดีอ่ะ ชิน” นานะเงยหน้ามองเขา ตากลมโตของเธอเริ่มแวววาวเพราะน้ำตา เมื่อคิดว่าจะต้องกลับไปเผชิญหน้ากับแม่ที่โกรธจัดที่บ้าน
“นานะ ฟังฉันนะ” ชินจับไหล่อันบอบบางของนานะให้หันมาหาเขา
“ขอโทษแม่ซะ และบอกแม่ตามตรง ว่าเธออยากแสดงละครจริงๆ บอกแม่ไปว่าพอได้ลองทำดูแล้ว เธอรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เธอชอบ ถ้าพูดด้วยเหตุผลแม่ต้องเข้าใจเธอแน่”
ชินเลื่อนสายตาขึ้นมองผมสีน้ำตาลนุ่มตรงหน้า ก่อนจะปัดมันไปด้านข้างและจูบหน้าผากเล็กน่ารักนั่นแผ่วเบาเป็นเชิงปลอบใจ นานะเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขาก่อนจะพยักหน้ายอมรับ
“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันจะช่วยพูดด้วยอีกแรง ทีคราวก่อนงานโฆษณาฉันยังทำให้แม่เธอยอมได้เลย เชื่อมือหนุ่มหล่อคารมดีคนนี้เถอะน่า” เขายิ้มหวานพลางยกนิ้วโป้งซ้ายขึ้นชี้ตัวเอง
“แหวะ! หลงตัวเองชะมัด”
“รึว่าไม่จริง” ชินขยิบตาข้างหนึ่งให้เธออย่างเจ้าเล่ห์
แล้วนานะก็หัวเราะออกมาจนได้ ชินทำให้เธอสบายใจขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าปัญหาที่เธอเผชิญอยู่จะหนักหนาแค่ไหน นับวันเขาก็ยิ่งเข้ามามีบทบาทในอารมรณ์ความรู้สึกและเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเธอมากขึ้นทุกทีๆ ถ้าวันหนึ่งเธอไม่มีเขา นานะคิดไม่ออกว่าชีวิตเธอจะว่างเปล่าแค่ไหนนะ
เมื่อถึงหน้าบ้าน นานะก้าวลงจากรถของชินด้วยท่าทางหวั่นใจนิดๆ เธอจ้องมองไปที่ประตูบ้านก่อนสูดหายใจลึกและก้าวเดิน
“นานะ” ชินเรียกเธอไว้
“พยายามเข้านะ ฉันรู้ว่าเธอทำได้”
นานะยิ้มตอบเขาอย่างสดใส ก่อนจะหันหลังเดินมุ่งหน้าเข้าบ้านไป
ตอนที่ 27 ฉันจะอยู่กับเธอเสมอ~
ร่างเล็กค่อยๆ เดินเข้าบ้านไปอย่างเงียบกริบ สายตาสอดส่องหาผู้ที่เธอหวาดกลัว แต่เมื่อไม่พบ เธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกและค่อยๆ เดินย่องขึ้นห้องของตัวเอง
“จะไปไหน นานะ!”
นานะสะดุ้งโหยง เท้าหยุดชะงักทันที ใบหน้าเธอเริ่มเจื่อนก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงเกรี้ยวกราด
“แม่มีอะไรจะคุยด้วย ตามมา!” พูดจบเธอก็ออกเดินนำเข้าไปที่ห้องนั่งเล่น โดยไม่หันมามองลูกสาวซึ่งเดินหน้าจ๋อยตามไป
นานะค่อยๆ หย่อนตัวนั่งลงที่โซฟาตรงข้ามกับแม่ซึ่งมีสีหน้าเคร่งเครียด และก้มหน้านิ่ง
“นานะ แม่เคยบอกแล้วว่าไม่อยากให้ลูกไปแสดงละคร ทำไมลูกไม่ฟังที่แม่พูด บอกเหตุผลมาซิ” แม้เสียงของแม่จะสงบลงกว่าเมื่อครู่ แต่ก็ยังคงแฝงความน่ากลัวอยู่ดี นานะเริ่มจะเหงื่อตกแล้วสิ
“ก็หนูอยากเล่นละครกับชินนี่คะ แล้วอีกอย่างพอได้ลองทำ หนูก็รู้สึกชอบมันขึ้นมาจริงๆ แม่คะ หนูขอโทษที่ไม่เชื่อฟังแม่ แต่หนูสนุกกับการแสดงจริงๆ นะคะ” นานะเงยหน้าตอบแม่ด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาโตบอกความแน่วแน่
“นานะ!!” เธอคาดไม่ถึงกับคำสารภาพของลูกสาว
“ถึงแม่จะไม่เห็นด้วยกับหนูยังไง แต่หนูก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนูชอบมัน หนูเพิ่งรู้ว่าหนูทำอะไรได้ดีและมีความสุข หนู…”
“หยุดนะ!!” แม่ตวาดเสียงดัง
เธอมองหน้าแม่อย่างงงงัน ไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ถึงทำเหมือนการแสดงละครเป็นสิ่งน่ารังเกียจขนาดนี้
“ทำไมคะแม่…หนูไม่เข้าใจเลย ทำไมล่ะคะ เป็นดาราแสดงละครมันผิดมากขนาดนั้นเลยเหรอ แม่ไม่สนใจความรู้สึกหนูเลยใช่มั้ยคะ”
“ฉันไม่สนว่าแกจะรู้สึกอะไรยังไง แต่ฉันขอสั่งห้ามไม่ให้แกเป็นดาราเด็ดขาด เข้าใจมั้ย!!!!”
นานะตกใจมาก เธอไม่เคยเห็นแม่เป็นแบบนี้มาก่อน นานะรู้สึกว่าแม่ไม่มีเหตุผล
“ไม่มีทางค่ะ แม่ห้ามหนูไม่ได้หรอก!!” นานะเม้มริมฝีปากแน่น ทิฐิทำให้เธออยากเอาชนะแม่ให้ได้
“แม่ไร้เหตุผล!!”
เพียะ!!!!!!!!
นานะหน้าหันไปตามแรงตบ เธอช็อคหนักกว่าเดิมเพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา แม่ไม่เคยตีเธอเลยซักครั้งเดียว
“แม่…ตบหน้าหนู” นานะครางด้วยความเสียใจขณะเอามือกุมแก้มที่รื้นแดง น้ำตาเธอเริ่มคลอเบ้า
“แม่… แม่ขอโทษ…” เธอเพิ่งรู้สึกตัวว่าทำรุนแรงกับลูกเกินไป
ทันใดนั้นนานะก็ผลุนผลันวิ่งออกจากบ้าน โดยไม่ฟังเสียแม่ที่ตะโกนเรียก พลั่ก!!
“ยัยตัวเล็ก!! จะไปไหน”
นานะวิ่งออกมาชนกับชินที่ยังยืนเป็นห่วงเธออยู่หน้าบ้าน
“ร้องไห้ทำไมน่ะ” ชินมองหน้านานะก็ตกใจที่เห็นน้ำตาเธอไหลอาบแก้ม
“พาฉันไปให้พ้นจากที่นี่ที ชิน!! ฮือๆๆๆๆๆ” นานะทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นและเริ่มระเบิดเสียงร้องไห้ออกมา
ชินขยับย่อตัวลงพลางลูบหัวนานะอย่างปลอบโยน ก่อนจะอุ้มร่างอันไร้เรี่ยวแรงของเธอขึ้นมาในวงแขน นานะจ้องหน้าชินขณะน้ำตายังคงไหลรินออกมาไม่หยุดและซบหน้าลงกับอกเขา…แผ่นอกซึ่งเป็นที่พักพิงให้เธอได้เสมอมา นานะหลับตาลง ปล่อยให้ความรู้สึกที่ท่วมล้นภายในทะลักออกผ่านทางน้ำตาและเสียสะอื้นไห้ เธอปล่อยให้ชินนำพาเธอไปยังที่ที่เขาต้องการ
ณ แมนชั่นหรูของชิน นานะยืนมองตัวเองในกระจกห้องน้ำด้วยท่าทางเหนื่อยล้า เธอเห็นดวงตากลมโตของตัวเองแดงก่ำมีแต่ความเศร้าสร้อย ชินพาเธอมาที่นี่และปล่อยให้เธอร้องไห้จนสบายใจ โดยไม่ได้ซักถามอะไรสักคำ คำพูดและการกระทำของแม่ผุดขึ้นมาในความคิดเธอเป็นระยะ น้ำตาที่เหือดแห้งเลยเริ่มคลอขึ้นมาใหม่ นานะสะอื้นพร้อมกับก้มหน้าลง และค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งเอามือปิดหน้าร้องไห้อีกครั้ง เธอนั่งกอดเข่าอยู่ในห้องน้ำเป็นเวลานานเท่าไหร่ ตัวเธอก็ไม่อาจรู้ได้
จนในที่สุด เธอก็ตัดสินใจได้ว่าจะมามัวร้องไห้อยู่อย่างนี้ไม่ได้ เธอต้องเข้มแข็งขึ้นเพื่อไม่ให้ชินเป็นห่วง เมื่อนึกถึงผู้ชายที่รอเธออยู่ข้างนอก นานะก็รีบถอดเสื้อผ้าและตรงไปเปิดฝักบัวที่อยู่ภายในห้องกั้นกระจก อาบน้ำชำระร่างกาย อุณหภูมิของน้ำที่อุ่นกำลังดีทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นได้มาก
หลังจากอาบน้ำเสร็จ นานะหยิบเอาเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งกับกางเกงขายาวของชินมาใส่อย่างเก้ๆ กังๆ จากนั้นก็เดินออกมาหาเขาด้วยท่าทางขัดเขิน เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่กับกางเกงขายาวที่ยาวกว่าขาของเธอมาก ทำให้ดูรุ่มร่ามเสียจนเธอเดินขาแทบจะขวิดกัน
ชินซึ่งกำลังชงโกโก้อยู่หันมาเห็นเข้า ก็ยิ้มกับออกมาอย่างเอ็นดู
“เอ่อ…คือ…”
“เอ้า โกโก้ของเธอ สบายใจขึ้นรึยัง” ชินส่งโกโก้ร้อนให้กับนานะ ที่รับมาอย่างเขินๆ
“อื้ม ขอบคุณนะ ชิน” ใบหน้าเธอแดงระเรื่อเมื่อคิดขึ้นได้ว่าเธอรบกวนชินอีกแล้ว
“เอาล่ะ เล่าให้ฉันฟังได้รึยังว่ามันเกิดอะไรขึ้นน่ะ” ชินฉุดมือให้นานะมานั่งลงพิงอกเขา พร้อมกับกดคางแนบผมเธอแผ่วเบา สองมือโอบกอดนานะไว้หลวมๆ
นานะรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เธอพิงตัวไปด้านหลังเต็มที่ราวกับว่ามันเป็นผนักแสนสบายส่วนตัวของเธอ นานะยิ้มบางๆ ออกมา ก่อนจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง
“งั้นเหรอ…แม่เธอคัดค้านสินะ” ชินฟังเรื่องทั้งหมดจบ ใบหน้าคมมีแววครุ่นคิด
“อืม…ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมแม่ถึงไม่เห็นด้วยมากขนาดนี้ แม่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย” นานะบอกชินเสียงเศร้า
“เรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลังแน่ อืม…” ชินครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ
“เบื้องหลังยังไงเหรอ” นานะมองหน้าเขาอย่างสงสัย
“เอ้อ ช่างมันก่อนเถอะ ว่าแต่เธอน่ะ แก้มที่โดนตบแดงเป็นปื้นเลย มานี่มา ไปทายากัน”
ชินจูงมือนานะให้ตามเขาเข้าไปในห้องนอนและพาไปนั่งลงบนเตียง จากนั้นเขาก็หยิบยามาบรรจงทาให้เธออย่างเบามือ โดยที่สายตาเธอจ้องมองใบหน้าเขาอยู่ตลอดเวลาด้วยความซึ้งใจ
“ขอบคุณนะ ชิน” นานะจับมือที่ทายาให้เธอมาแนบแก้ม
“ขอบคุณอะไรกัน ฉันเต็มใจทำเพื่อเธอเสมอล่ะ บอกแล้วไงว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะอยู่กับเธอ” นัยน์ตาคมสวยของชินสบมองนานะนิ่ง พร้อมกับเอาหลังมืออีกข้างไล้แก้มเธอเล่น
นานะจ้องมองชินไม่วางตา เธอเคลิ้มเคลิ้มไปกับสัมผัสซึ่งเต็มเปี่ยมด้วยความรักของเขา
“ฉันรักเธอนะ นานะ” ชินยื่นหน้าเข้าไปใกล้นานะ และจูบเธออย่างอ่อนโยนก่อนจะเปลี่ยนเป็นดูดดื่มและหนักหน่วงขึ้น โดยที่เธอไม่ได้ขัดขืน
เขาเริ่มระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านไม่อยู่และเริ่มรุกล้ำนานะมากขึ้น มือซ้ายเขาโอบร่างเธอให้เข้ามาประชิดมากกว่าเดิม มือขวาเริ่มลูบคลำไปทั่วร่างนานะ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่กระดุมเสื้อเชิ้ตด้านหน้าและเริ่มปลดมันออกทีละเม็ดอย่างช้าๆ นานะรู้สึกตกใจและกลัวจนตัวสั่นเล็กน้อย ชินรับรู้ได้ถึงอาการของเธอ เขาจึงหยุดชะงักมือเอาไว้
“เอ่อ…วันนี้เธอนอนที่นี่ละกัน เดี๋ยวฉันจะไปนอนที่โซฟาด้านนอกเอง” ชินระงับความรู้สึกภายในใจและข่มใจบอกนานะ
“นอนที่นี่ก็ได้นี่ ชิน เตียงออกจะใหญ่” นานะบอกชินด้วยท่าทางงุนงงปนโล่งอก
“ไม่เป็นไร” ชินบอกแล้วลุกขึ้นเดินดุ่มๆ ออกจากห้องทันที
“ทำไมล่ะ ชิน จะไม่อยู่เป็นเพื่อนฉันเหรอ” นานะวิ่งเข้าไปจับแขนชินไว้ก่อนที่เขาจะออกจากห้อง
“ถ้าให้ฉันนอนเป็นเพื่อนล่ะก็ได้ แต่ว่าไม่รับประกันความปลอดภัยของเธอนะ”
“ไม่ปลอดภัย? ยังไงล่ะ” นานะมีสีหน้างงงันมากยิ่งขึ้นอีก
“เฮ้อ…เอาเป็นว่า ถ้าต้องอยู่กับผู้หญิงที่ฉันรักสองต่อสองในห้องนอนแบบนี้ ฉันคงทนนอนอยู่เฉยๆ ไม่ได้แน่ เข้าใจมั้ย” ชินถอนหายใจอย่างอ่อนใจ
“ทนไม่ได้? หมายความว่า…อ๊ะ!! รีบออกไปเลยไป” ใบหน้าขาวนวลของเธอแดงระเรื่อทันที นานะรีบดันหลังเขาให้ออกไปจากห้องนอน
“ฮะๆ” ชินหัวเราะชอบใจอยู่หน้าห้อง
“ตาบ้านี่! ไอ้ลามก!” นานะพึมพำโดยที่ใบหน้ายังแดงอยู่เล็กน้อย ก่อนจะเดินไปนั่งที่เตียงและล้มตัวลงนอนอย่างอุ่นใจ เพราะอย่างน้อยตอนนี้เธอก็ไม่ได้อยู่คนเดียว
ส่วนชินก็เดินไปนั่งยังโซฟาด้านนอก และเฝ้าครุ่นคิดถึงเรื่องที่แม่นานะรังเกียจการที่นานะเล่นละครอย่างน่าสงสัย เขาล้มตัวลงนอนบนโซฟาอย่างเหนื่อยอ่อน และคิดว่าอุปสรรคของเขากับนานะคงไม่มีทางหมดไปง่ายๆ แน่
To Be Continue >>