รักวุ่นวายของยัยตัวเล็ก Part XII~

08

 

ตอนที่ 28 เบื้องหลัง

แสงแดดยามเช้าของวันรุ่งขึ้นส่องเข้ามาทางหน้าต่างห้องนอนที่นานะหลับอยู่ ทำให้เธอรู้สึกตัวและค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง นานะเปิดประตูออกมามองนอกห้อง ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องนั่งเล่นที่แยกออกมา เธอมองหาชินด้วยความงุนงง เพราะไม่เห็นแม้เงาของเขาเลยแม้แต่น้อย นานะหันรีหันขวางอยู่ซักครู่เพราะยังไม่คุ้นเคยกับห้องพักของเขา

“โห…แค่ห้องนั่งเล่นก็ใหญ่กว่าห้องนอนเราอีก” นานะพึมพำออกมาเบาๆ

เธอเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ที่จัดแต่งเป็นห้องครัว และพบว่ามีจานใส่ไข่ดาว แฮม ไส้กรอก จานใส่ขนมปังสี่แผ่นซึ่งมีก้อนเนยวางเคียงข้าง และตรงกลางมีแยมหลากหลายรสวางเรียงกันเอาไว้ พร้อมกับแผ่นกระดาษวางติดที่โต๊ะมีข้อความว่า

‘ฉันทำอาหารเช้าไว้ให้เธอแล้วนะ เลือกทานได้ตามใจชอบ ส่วนน้ำผลไม้ใส่ไว้ในตู้เย็น เลือกดูละกันว่าชอบชนิดไหน ฉันไปทำงานละ แล้วจะรีบกลับ รักเสมอ ชิน’

นานะอ่านข้อความในกระดาษแล้วมองไปยังอาหารบนโต๊ะ พร้อมกับอมยิ้มนิดๆ เพราะคิดไม่ถึงว่าชินจะทำอาหารให้เธอทาน ก่อนจะเดินไปหยิบหนังสือพิมพ์ทางด้านหน้าของห้อง และกลับไปนั่งที่โต๊ะเพื่อทานอาหารเช้า

ภายในห้องทำงานของชิน เจ้าของห้องเอาแต่นั่งเหม่อมองเอกสารตรงหน้า ยามนี้งานก็ไม่สำคัญสำหรับเขาเท่ากับเรื่องของนานะ ชินพยายามใช้ความคิดเพื่อหาสาเหตุที่แม่เธอเกลียดการเป็นดารา เขาเอานิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ อย่างใช้ความคิด ก่อนจะนึกอะไรได้และต่อโทรศัพท์ออกทันที

“ฮัลโหล ไรโตะ ฉันอยากให้นายหาข้อมูลของคนคนนึงให้หน่อย ด่วนที่สุดเลยนะ!” ชินโทรศัพท์ไปหาคนสนิทของเขา

ตลอดช่วงบ่าย เขานั่งทำงานอย่างกระวนกระวาย ใจหนึ่งก็ห่วงนานะ อีกใจก็อยากได้ข้อมูลที่ต้องการเร็วๆ สรุปแล้วเขาแทบจะไม่ได้แตะงานบนโต๊ะเป็นชิ้นเป็นอันเลย เขาพยายามรวบรวมสมาธิ

“ทากามูระคุงคะ” โนริโกะเลขาฯ ของชินกดสปีคโฟนเข้ามาหา

“ว่าไงคุณโนริโกะ” ชินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ก่อนจะถามกลับด้วยเสียงเซ็งๆ

“คุณไรโตะมาหาค่ะ จะให้เข้าไปเลยรึเปล่าคะ”

“ให้เข้ามาเลย“ ชินเด้งตัวจากพนักเก้าอี้ หายจากอาการเซ็งทันที

สักครู่คนที่ชินเฝ้ารอคอยมาตลอดบ่ายก็โผล่เข้ามาในห้อง พร้อมด้วยแฟ้มเอกสารในมือ เขาเดินเข้ามาตรงหน้าโต๊ะชินพลางยื่นซองเอกสารให้

“นี่ครับ ข้อมูลที่ต้องการ”

ชินรับไปและพลิกเปิดอ่านอยู่ครู่หนึ่ง

“ข้อมูลในนี้เป็นเรื่องจริงทั้งหมดเลยเหรอ ไรโตะ” เขาเงยหน้าจากแฟ้มเอกสา รมองหน้าคนสนิทอย่างสงสัย

“จริงอย่างที่สุดเลยครับ” ไรโตะยืนยันหนักแน่น ทำให้ชินรู้สึกอึ้งเล็กน้อยกับข้อมูลที่เพิ่งรับรู้

“อืม งั้นไม่มีอะไรแล้ว นายกลับไปก่อน ขอบใจมากนะที่รีบหามาให้ฉัน”

“ไม่เป็นไรครับ ผมยินดีเสมอ”

ชินนั่งอ่านแฟ้มในมือต่อไปอีกซักครู่ พร้อมกับครุ่นคิดอะไรบางอย่างในใจ จากนั้นก็รีบผลุนผลันถือแฟ้มเอกสาร หยิบเสื้อนอกและกุญแจรถออกจากห้องทันที

 

“ชิน!!! กลับมาแล้วเหรอ” นานะร้องทักชินอย่างร่าเริงเมื่อเห็นเขาเปิดประตูแมนชั่นเข้ามา เธอวิ่งตรงไปรับเสื้อนอกของเขามาถือไว้ในมือ

“กลับมาแล้ว คิดถึงจังเลย” เขายื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มเธอ

ชินโอบเอวนานะพาเดินไปนั่งลงบนโซฟา พร้อมกับทำหน้าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง นานะขมวดคิ้วอย่างสงสัย

“คือนานะ ฉันมีเรื่องจะบอกเธอ…เรื่องแม่เธอน่ะ เอ่อ ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยนะที่ฉันละลาบละล้วง ฉันให้คนไปสืบประวัติแม่เธอมา แล้วพบเรื่องนี้เข้าน่ะ” ชินหยิบข้อความข่าวหนังสือพิมพ์เก่าที่อยู่ในแฟ้มเอกสารออกมายื่นให้เธอ

“ดาราสาวหน้าใหม่ มาคิมูระ เคียวโกะ แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับการแสดงเรื่องแรกของเธอ… ทำไม…แม่เคยเป็นนักแสดง แล้วทำไมถึงได้…ฉันงงไปหมดแล้ว” นานะตกตะลึงเมื่อเห็นชื่อและรูปของแม่เธอเมื่อสมัยยังสาว ปรากฏอยู่บนข้อความในหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น ชินนั่งมองอาการของนานะเงียบๆ ก่อนจะเอ่ยปากพูดต่อ

“เรื่องนั้น อาจจะมีสาเหตุมาจากเรื่องนี้ก็ได้” ชินพลิกเปิดข้อมูลต่อไปซึ่งเป็นหน้าข่าวซุบซิบให้เธออ่าน

“ดาราสาว มาคิมูระ เคียวโกะ ได้ประกาศลาออกจากวงการ สาเหตุมาจากเธอตั้งครรภ์ได้ประมาณห้าเดือนแล้ว โดยที่ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อของเด็กในท้อง จากการสัมภาษณ์เพื่อนดารานักแสดงด้วยกันทราบว่า เธอเป็นคนที่มีเพื่อนชายสนิทด้วยหลายคน แต่มีนักธุรกิจหนุ่มคนนึงมาติดพันเธออยู่ และทั้งคู่ก็มักแอบไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่ไม่มีใครทราบว่านักธุรกิจคนนั้นเป็นใคร” นานะอ่านข่าวนี้อย่างสะเทือนใจ น้ำตาคลออยู่เต็มดวงตาด้วยความรู้สึกสงสารแม่ และเข้าใจว่าทำไมแม่ถึงห้ามไม่ให้เธอเป็นนักแสดง

“นานะ ฉันขอโทษที่เอาเรื่องแบบนี้มาให้เธอรับรู้นะ แต่ว่า…”

“ไม่หรอก ฉันต้องขอบคุณนายมากกว่าที่นำเรื่องพวกนี้มาบอก ไม่งั้นฉันคงไม่เข้าใจแม่ซะที และก็คงจะยังเข้าใจอยู่ได้ว่าพ่อตายไปแล้ว ฮึก ฮือๆๆๆ”

ชินดึงตัวนานะเข้าไปกอดปลอบอย่างอ่อนโยน และจูบศีรษะเธอแผ่วเบา

“เธอยังมีฉันอยู่นะ” ชินลูบศีรษะปลอบโยนนานะ

เธอร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้นและความงุนงง ชินได้แต่กอดปลอบนานะเงียบๆ จนกระทั่งเธอหยุดร้องไห้ในที่สุด

“จะทำยังไงต่อไป นานะ”

“ฉันจะกลับไปคุยกับแม่ให้รู้เรื่อง” นานะมองชินด้วยดวงตามุ่งมั่น

“ฉันเห็นด้วยนะ เธอจะได้ปรับความเข้าใจกับแม่ เพราะยังไงแม่เธอก็กล้าหาญมากเลยนะที่คลอดและเลี้ยงเธอมาคนเดียวตามลำพังน่ะ เดี๋ยวฉันจะไปส่งเธอเอง”

นานะยิ้มก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มผู้ชายตรงหน้าเป็นการขอบคุณ

 

ตอนที่ 29 ความจริงที่เจ็บปวด

 

เด็กที่ทำงานในร้านกำลังอบขนมปังอย่างขะมักเขม้น ในขณะที่เจ้าของร้านได้แต่นั่งเหม่อลอยกังวลใจเรื่องลูกสาวที่หนีออกจากบ้าน เธอเป็นห่วงลูกมากจนไม่มีจิตใจจะทำขนมเลย เคียวโกะนั่งตาลอยออกไปนอกร้าน แล้วฉับพลันนั้น สายตาเธอก็เหลือบไปเห็นรถโรลสลอยส์คันหนึ่งแล่นมาจอด แต่เธอก็มองผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจอะไร

กรุ๊งกริ๊ง!!!

“ใครเป็นเจ้าของร้านนี้!! ฉันอยากพบเจ้าของร้าน!!” เสียงมีอำนาจดังเข้ามาในร้านพร้อมกับเสียงกระดิ่งที่ดังเพราะการเปิดประตู เคียวโกะหันไปมองด้วยความไม่พอใจ

“ฉันเอง มีธุระอะไรไม่ทราบ” เธอลุกจากเก้าอี้และเดินตรงไปหาเจ้าของเสียงทันที

“อ้อ! คุณงั้นเรอะ เอ๊ะ!”

“คุณ!!” แม่ของนานะอุทานออกมาอย่างตกใจ

“เคียวโกะ! ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้” ประธานยามาโตะจำแม่ของนานะได้ทันที

เพียะ!!!! เคียวโกะตบหน้าเขาอย่างแรงจนหน้าหัน

“นี่สำหรับเรื่องในอดีต!” เธอแค่นเสียงบอกเขาราวกับโกรธแค้นกันมานาน

“เอ่อ…เคียว…”

เพียะ!!

“นี่สำหรับเรื่องที่คุณทำเลวๆ ไว้กับฉัน!!” เธอตบหน้าประธานยามาโตะอีกครั้งโดยไม่ฟังคำพูดของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว นัยน์ตาเธอวาวโรจน์ด้วยความโกรธ

“เคียว…”

หมับ!! เขาจับข้อมือเธอไว้ได้ก่อนที่เธอจะเงื้อมือฟาดลงที่ใบหน้าเขาอีกครั้ง

“คุณจะโกรธผม ผมก็ไม่ว่าหรอกนะ เพราะเรื่องนั้นผมผิดเอง แต่ผมอยากให้รู้ว่า หลังจากที่คุณหายไปจากวงการวันนั้น ผมก็ตามหาคุณตลอด แต่ก็ไม่เจอคุณเลย” เขาจ้องมองเธอด้วยความสำนึกผิด

“หึ! เก็บคำขอโทษของคุณกองไว้เถอะ มันไม่มีประโยชน์อะไรกับฉันอีกแล้ว คุณตัดสินใจทิ้งพวกเราแล้ว ก็ไม่ควรมายุ่งกับพวกเราอีก!!” เคียวโกะสะบัดมือออกจากเขาอย่างไร้เยื่อใย

“เคียวโกะ…คุณจะไม่ให้โอกาสผมแก้ตัวเลยซักนิดเหรอ” เขาถามด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน

“โอกาสสำหรับคุณน่ะ มันหมดไปตั้งนานแล้ว” เคียวโกะตัดบทอย่างไม่สนใจ

“แต่ผม…”

“หนูกลับมาแล้วค่ะแม่ เอ๊ะ!! คุณ” นานะที่เพิ่งมาถึงบ้านร้องทักและเปิดประตูเข้ามาอย่างกะทันหันก่อนจะหยุดชะงักไปทันทีเมื่อเห็นประธานยามาโตะอยู่ในร้านของเธอ

“มีอะไรเหรอ นานะ เอ๊ะ!” ชินซึ่งเปิดประตูตามนานะเข้ามาตกใจเมื่อเห็นพ่ออยู่ที่ร้านของนานะ

ทุกคนเผชิญหน้ากันหมด และต่างคนต่างเงียบกริบด้วยความรู้สึกประหลาดใจปนสงสัย

“แม่คะ ทำไมประธานยามาโตะถึงมาที่บ้านเราได้คะ” นานะทำลายความเงียบ และเดินไปเกาะแขนแม่เป็นเชิงถาม

“พ่อมาทำอะไรที่นี่น่ะ” ชินเดินไปยืนข้างพ่อเขาเช่นกัน

“เขาเป็นพ่อของเธอเหรอ ชินคุง!!!!!!!!!”

“เคียวโกะเป็นแม่ของเธอเรอะ!!!!!!!!!”

ทั้งเคียวโกะและประธานยามาโตะถามพร้อมกันอย่างตกใจ นานะกับชินมองหน้ากันด้วยความรู้สึกงุนงง ว่าทำไมทั้งคู่ต้องตกใจมากมายขนาดนั้น

“ก็ใช่น่ะสิคะแม่ ชินน่ะเป็นลูกของ…เอ่อ…คุณคนนี้” นานะบอกแม่และชี้นิ้วไปที่ประธานยามาโตะอย่างเสียไม่ได้

“แต่ว่านามสกุลของชินคุง…” เคียวโกะยังคงไม่หายตกใจ

“อ๋อ…นามสกุลของผม ผมใช้นามสกุลของแม่ครับ ผมไม่อยากใช้นามสกุลยามาโตะหรอกครับ มันสูงส่งเกินไป” ชินอธิบายให้แม่ของนานะฟัง ก่อนจะถากถางพ่อเขาด้วยประโยคสุดท้าย

แต่ประธานยามาโตะไม่ได้สนใจฟังคำพูดของชิน ดวงตาเขากำลังจับจ้องไปที่นานะอย่างพินิจพิเคราะห์ นานะรู้สึกแปลกๆ จึงเดินไปหลบหลังแม่

“งั้น…เธอก็เป็นลูกของเคียวโกะเหรอเนี่ย ฮะๆ” ประธานยามาโตะพึมพำก่อนจะหัวเราะออกมา ทำให้ทั้งนานะและชินยิ่งสงสัยว่าเขาเป็นอะไร

“นานะ! เข้าไปข้างในบ้านก่อนไป” เคียวโกะสั่งลูกด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

นานะมองหน้าแม่ด้วยสีหน้าฉงน แต่เมื่อเห็นแววตาจริงจังของเคียวโกะแล้ว เธอก็ตัดสินใจทำตามที่แม่บอก

“คุณจะไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอเคียวโกะ คุณคิดจะไม่ให้พ่อกับลูกได้พบหน้าและพูดคุยกันหน่อยเลยหรือไง” เสียงตัดพ้อของประธานยามาโตะทำให้นานะชะงักเท้าที่กำลังก้าวเดิน

เธอหันไปมองทางเขาและแม่ของเธอด้วยสีหน้าสงสัย ชินมองหน้าพ่ออย่างไม่เข้าใจว่าเขากำลังพูดเรื่องอะไรกัน

“ไม่จำเป็น!! เรื่องของเรามันจบกันไปตั้งนานแล้ว อย่ามาแสดงความรับผิดชอบตอนนี้หน่อยเลย เก็บความรู้สึกผิดจอมปลอมของคุณเอาไว้เถอะ พวกเราไม่ต้องการ!!!!” เคียวโกะตวาดเสียงดังด้วยความโกรธ

“นี่มันเรื่องอะไรกันคะแม่ หนูงงไปหมดแล้ว” นานะตัดสินใจถามแม่ของเธอ

“ไม่มีอะไรทั้งนั้น นานะ!!” เคียวโกะรีบปฏิเสธทันที

ประธานยามาโตะมองหน้านานะและพยายามเดินเข้าไปใกล้เธอ แต่เคียวโกะก็เข้ามายืนขวางไว้

“ให้ผมได้ดูหน้าลูกของเราใกล้ๆ หน่อยไม่ได้เหรอ เคียวโกะ”

คำว่า ‘ลูก’ สะดุดหูนานะมาก เธอมองหน้าแม่กับประธานยามาโตะสลับกันไปมา

“ลูก? หมายความว่าไง…” นานะทวนคำอย่างงงๆ

“เคียวโกะ คุณไม่เคยบอกลูกเลยเหรอ งั้นไม่เป็นไร ผมบอกเองก็ได้” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาของเขาแสดงความเสียใจ

“อย่านะ!”

“ฉันเป็นพ่อแท้ๆ ของเธอเองล่ะ นานะ”

“ไม่!!!! อย่าไปฟัง นานะ!!!”

เคียวโกะเอามือกอดพร้อมกับอุดหูนานะไว้ แต่ทว่าสายไปเสียแล้ว นานะได้ยินสิ่งที่ประธานยามาโตะพูดทั้งหมด เธอตกตะลึงราวกับโดนใครเอาค้อนมาฟาดที่หัวอย่างแรง ในขณะที่ชินมองพ่อเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“แม่ของเธอน่ะ พอตั้งท้องกับฉันก็หายไปจากวงการบันเทิง ไม่ยอมบอกกล่าวใครทั้งสิ้น ในขณะที่ฉันตามหาแม่ของเธอ แต่ก็ไม่เคยพบ จนกระทั่งวันนี้…” ประธานยามาโตะมองหน้านานะด้วยความตื้นตัน เพราะเขาอยากเจอลูกของเขาที่เกิดกับเคียวโกะมานานแล้ว

นานะยืนตะลึงหน้าซีดกับสิ่งที่เขาบอก ก่อนจะหันไปมองชินซึ่งมีสีหน้าซีดเผือดเช่นกัน ถ้าหากเธอเป็นลูกของประธานยามาโตะจริง ก็เท่ากับว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาก็คือ…

“ไม่จริง!! ผมไม่เชื่อที่พ่อพูดเด็ดขาด!!!!!!!!!” ชินตะโกนก้องออกมาด้วยความเสียใจ ก่อนจะรีบคว้ามือนานะวิ่งออกจากร้านขึ้นรถ และขับออกไปจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว

“นานะ!!/เจ้าชิน!!!!!!!!” ทั้งคู่วิ่งตามนานะกับชินออกไปแต่ไม่ทัน รถของชินวิ่งไปไกลจนลับสายตาแล้ว

“เพราะคุณนั่นล่ะ! คุณคนเดียว! ถ้าคุณไม่มาที่นี่วันนี้ นานะก็ไม่ต้องรับรู้เรื่องที่เกิดขึ้น!” เคียวโกะตวาดอย่างเกรี้ยวกราด

“ผมไม่ได้ตั้งใจ…”

“ชีวิตของพวกฉันก็ดีอยู่แล้ว คุณจะมาทำลายมันทำไม จะตามรังควานพวกเราแม่ลูกทำไม ฮือๆ…” เคียวโกะปิดหน้าร้องไห้ออกมาอย่างสุดที่จะอดกลั้นไหว

“เคียวโกะ…” เขาเอื้อมมือไปเพื่อโอบกอดปลอบเธอ

พลั่ก!!

“อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ! ฉันไม่ต้องการความเห็นใจจากคุณ ออกจากบ้านฉันไปซะ!!!!!” เคียวโกะปัดมือเขาออกอย่างแรง

ชายวัยกลางคนได้แต่มองหน้าเธอนิ่ง เขารู้สึกผิดและเสียใจอย่างมาก

“เคียวโกะ…ผมรู้ว่าคุณคงไม่ยกโทษให้ผมแน่ แต่ผมก็อยากจะขอโทษคุณ ทั้งเรื่องในอดีตและในวันนี้ด้วย ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”

เธอมองอดีตคนรักด้วยสายตาเจ็บแค้นและไม่พูดอะไรออกมาสักคำ

“เอาล่ะ วันนี้ผมกลับก่อนก็ได้ แต่ผมหวังว่าซักวัน คุณคงให้โอกาสผมได้อธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนะ” เขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะบอกลาเคียวโกะ และเดินออกจากร้านไปด้วยท่าทีเซื่องซึม

“ฉันจะไม่ใจอ่อนให้อภัยคุณเด็ดขาด ทาเคชิ” เคียวโกะพึมพำกับตนเองเบาๆ อย่างเจ็บช้ำ หลังจากที่ยามาโตะออกไปจากร้านแล้ว

 

ใส่ความเห็น