
ตอนที่ 32 อดีตที่ถูกปิดบังไว้
หลังจากที่ชินกับนานะตัดสินใจได้แล้ว ทั้งสองคนจึงมุ่งหน้ากลับบ้านเพื่อหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยจุดมุ่งหมายแรกก็คือบ้านของนานะ ชินกับนานะยืนมองหน้ากันอยู่หน้าบ้าน ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปเพื่อเผชิญหน้ากับแม่ของเธอ
“แม่คะ” นานะส่งเสียงเรียกแม่เบาๆ
เคียวโกะซึ่งนั่งกลุ้มใจอยู่ในห้องนั่งเล่นสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพบหน้าลูกสาว
“นานะ!!” เคียวโกะลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็วและโผเข้าไปกอดนานะเอาไว้ พร้อมกับร้องไห้ออกมา“แม่ขอโทษนะ แม่ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังลูกเลย โฮๆ”
“หนูก็ขอโทษค่ะแม่ ที่หายไปโดยไม่ได้บอก” นานะร้องไห้ออกมาแข่งกับแม่ โดยมีชินยืนยิ้มที่เห็นสองแม่ลูกปรับความเข้าใจกันได้
ภายหลังจากทั้งเคียวโกะและนานะหยุดร้องไห้แล้ว ทั้งหมดก็นั่งลงบนโซฟา ชินเลยเริ่มเปิดปากถามเคียวโกะ
“คุณน้าครับ ช่วยกรุณาเล่าเรื่องทั้งหมดให้พวกผมฟังหน่อยได้มั้ยครับ”
เคียวโกะมองหน้าเขาสลับกับนานะอย่างอึ้งๆ
“นะคะแม่ หนูก็อยากรู้ มันสำคัญสำหรับหนูและชินมากๆ” นานะขอร้องแม่ของเธอด้วยอีกคน แม้ในใจเธอยังหวั่นๆ กับสิ่งที่จะได้รับรู้ก็ตาม
เคียวโกะมองหน้านานะแล้วก็ถอนหายใจยาว เพราะรู้ดีว่าปิดบังไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว
“สมัยก่อนแม่ยังเป็นนักแสดงที่เพิ่งเข้าวงการได้ไม่นานนัก…” เคียวโกะเริ่มต้นเล่าเรื่องทั้งหมดให้ชินและนานะฟัง
เธอเล่าว่าตอนที่เธอยังเป็นนักแสดงใหม่ๆ อนาคตของเธอกำลังรุ่งโรจน์ ไม่ว่าแสดงละครอะไรก็ฮิตติดตลาดทั้งนั้น ทำให้เธอเป็นดาราหน้าใหม่ที่แจ้งเกิดเร็วที่สุดในสมัยนั้นก็ว่าได้ มีนักแสดงชายและผู้ชายมากมายหลายคนเข้ามาติดพันเธอ ซึ่งรวมทั้งยามาโตะ ทาเคชิด้วย เธอรู้ดีว่าทาเคชินั้นเป็นคนเจ้าชู้และมีผู้หญิงมาก แต่เธอก็หลงรักเขาจนได้และเชื่ออย่างสนิทใจว่าเขาก็รักเธอเช่นกัน และทาเคชิก็เป็นผู้ชายคนแรกที่เธอคบและมีความสัมพันธ์ถึงขั้นลึกซึ้ง จนกระทั่งวันหนึ่งที่เธอตั้งท้องนานะขึ้นมา
“ว่าไงนะ!! คุณท้องอย่างนั้นเหรอ เป็นไปได้ยังไง ก็เราคุมกันอย่างดีนี่!” ทาเคชิร้องอุทานอย่างตกใจ เขารู้สึกงงมากเพราะเขายังไม่พร้อมที่จะมีลูกตอนนี้
“มันพลาดได้นี่คะ” เคียวโกะพูดเสียงอ่อย
“ผม…ผมงงไปหมดแล้ว”
เคียวโกะมองหน้าผู้ชายคนที่เธอรักอย่างเริ่มรู้ชะตากรรมของตน
“คุณไม่ดีใจเหรอคะ ทาเคชิ ที่เราจะมีลูกด้วยกัน” เคียวโกะถามด้วยน้ำเสียงน้อยใจ
“เคียวโกะ ผมดีใจนะที่เราจะมีลูกด้วยกัน แต่ว่า…ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมที่จะมีครอบครัว คุณก็รู้นี่นา เคียวโกะ แล้วผมยังต้องสืบทอดธุรกิจของพ่ออีกด้วย” เขาเดินมาโอบกอดเคียวโกะเอาไว้อย่างเอาใจ
“หมายความว่า คุณจะให้ฉันเอาเด็กออก?” เคียวโกะตัดสินใจถามในสิ่งที่เธอกลัวที่สุด
“ไม่ใช่อย่างแน่นอน! ผมไม่มีวันให้คุณเอาลูกออกแน่นอน เคียวโกะ” เขายืนยันหนักแน่น “ผมขอเวลาเคลียร์ตัวเองซักหน่อยได้มั้ย คุณจะรอผมได้มั้ย เคียวโกะ ผมจะกลับไปพูดกับพ่อก่อน”
เคียวโกะจ้องมองคนรักอย่างชั่งใจก่อนจะพยักหน้าตกลง
“ผมรักคุณนะ เคียวโกะ” ทาเคชิยิ้มออกมาอย่างดีใจและจูบเคียวโกะอย่างอ่อนโยน
“ไม่ได้!! ฉันไม่ยอมรับผู้หญิงเต้นกินรำกินมาเป็นลูกสะใภ้เด็ดขาด!!” พ่อของทาเคชิตะโกนก้องด้วยความไม่พอใจอย่างมาก หลังจากเขาบอกเรื่องเด็กในท้องเคียวโกะ
“ผมรักเธอนะครับ พ่อ”
“เฮอะ! ความรักอะไรของแก แกมันก็แค่ตาบอดหลงยัยนั่นเท่านั้นเอง ฉันมีผู้หญิงที่ดีพร้อมรอแกไว้แล้ว ยังไงๆ ฉันก็ไม่ยอมรับความรักของแกหรอก ที่สำคัญ ยัยนั่นน่ะก็แค่หวังปอกลอกแกเท่านั้น แกมันโง่ไม่รู้เรื่อง!” พ่อตวาดใส่เขาด้วยความโกรธ
“ถ้าอย่างนั้น ผมก็ขอไม่สืบทอดตำแหน่งของพ่อครับ”
“แกกล้าทำอย่างนั้นเรอะ!!”
“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับ พ่อ” เขาโค้งศีรษะให้พ่อก่อนจะหันหลังเพื่อเดินออกจากห้องไป
“ฉันไม่ปล่อยแกไปหรอกนะ เจ้าทาเคชิ!!” พ่อของเขาตวาดก้อง ก่อนจะดีดนิ้วเรียกคนสนิทให้ตรงเข้าจับล็อคตัวลูกชายเอาไว้
“พ่อจะทำอะไรน่ะ!! พวกแกปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!!!” ทาเคชิพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากการจับกุม แต่ก็ไม่สามารถสู้แรงของทั้งสองคนได้
“พามันไปสงบสติอารมณ์ซะ แล้วอย่าปล่อยมันออกมาจนกว่าฉันจะสั่ง!!”
หลังจากนั้นเขาก็ตรงไปยังแมนชั่นที่เคียวโกะอาศัยอยู่ เมื่อได้พบเธอ ชายวัยกลางคนจ้องมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม เคียวโกะรู้สึกแปลกใจกับการมาของเขาอย่างมาก
“ฉันเป็นพ่อของทาเคชิ”
“สวัสดีค่ะ คุณพ่อ แล้วทาเคชิ…”
“อย่ามาเรียกฉันว่าพ่อ!!”
เคียวโกะที่ยังพูดไม่จบประโยคชะงักและหน้าเสียไปทันที
“ที่ฉันมาวันนี้ เพื่อจะมาบอกเธอว่าให้เธอออกไปจากชีวิตลูกฉันซะที ทาเคชิน่ะมันยังเด็ก ไม่รู้เรื่องรอบจัดของพวกนักแสดงอย่างเธอหรอก ที่สำคัญ เขามีคู่หมั้นที่ดีรออยู่แล้วด้วย”
พ่อของทาเคชิพูดไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้สังเกตเห็นว่าสีหน้าของเคียวโกะเริ่มซีดลงกับเรื่องที่เขาพูด
“สรุปก็คือว่า เธอต้องการเงินเท่าไหร่บอกฉันมา ฉันจะให้เธอไม่ว่ามันจะแพงมากเท่าไหร่ก็ตาม” เขาสรุปเพราะคิดว่าเงินคงเป็นสิ่งเดียวที่เคียวโกะต้องการ
“ฉันไม่ต้องการเงินของคุณ!! ฉันรักทาเคชิ สิ่งที่ฉันต้องการคือเขาเท่านั้น” เคียวโกะตะโกนเสียงแข็ง
“หึ! เธอนี่หน้าด้านพอดูนะ ทาเคชิน่ะมันก็แค่หลงเธอตอนนี้เท่านั้นล่ะ พอมันตาสว่างเมื่อไหร่ เธอก็จะถูกเฉดหัวไปจากชีวิตของมันเหมือนคนอื่นๆ ที่ผ่านๆ มา หัดรู้ฐานะของตัวเองซะบ้าง” เขาส่งสายตามองเคียวโกะอย่างสมเพช
“ฉันขอถามคุณคำเดียวเท่านั้น ทาเคชิขอให้คุณมาอย่างนั้นเหรอ” มือเธอเริ่มสั่นด้วยความโกรธและเสียใจ เธอตัดสินใจจะไปจากชีวิตเขาทันที ถ้ามันเป็นความต้องการของเขาจริงๆ
“เธอคิดว่าฉันมาหาเธอถูกได้อย่างไรล่ะ” เขาเลี่ยงคำตอบของเคียวโกะ
“งั้นเหรอ ถ้างั้นเชิญคุณนำเงินของคุณกลับไปได้แล้ว ฉันจะไปจากชีวิตของลูกชายของคุณ ฝากบอกเขาด้วยแล้วกัน ว่าฉันไม่ทำลายอนาคตของเขาแน่” เคียวโกะกัดฟันพูดอย่างเจ็บช้ำ น้ำตาเริ่มเอ่อ
พ่อของทาเคชิมองหน้าเธออย่างอึ้งๆ เพราะไม่คิดว่าผู้หญิงอย่างเคียวโกะจะไม่เรียกร้องเงินทองเลยแม้แต่น้อย แต่เพื่ออนาคตของลูกชาย เขาจึงแข็งใจหันหลังกลับออกจากแมนชั่นเธอไป
เคียวโกะร้องไห้จนน้ำตาจะเป็นสายเลือดด้วยความเสียใจและช้ำใจ ที่โดนผู้ชายที่เธอรักมากที่สุดทรยศ
“…หลังจากนั้น แม่ก็เก็บของและพาตัวเองกลับไปหาพ่อแม่ที่ต่างจังหวัด เงินเก็บของแม่ตอนที่ยังเป็นนักแสดงยังพอมีอยู่บ้าง แม่ไปเรียนทำขนมเพิ่ม เมื่อแม่คลอดลูกออกมา แม่ก็นำเงินเก็บที่มีอยู่มาเปิดร้านทำขนมที่นี่จนถึงปัจจุบันนี้” เคียวโกะเล่าถึงตอนนี้แล้วเธอก็เงียบไปซักพักนึง
“ส่วนเขา…เอ่อ…ทาเคชิน่ะ แม่ได้ยินข่าวจากหนังสือพิมพ์ว่าได้แต่งงานกับผู้หญิงมีชาติตระกูลคนนึงไปเพื่อสืบทอดบริษัทจากพ่อของเขาต่อ” เคียวโกะเล่าจบก็มองหน้านานะกับชินที่รู้สึกอึ้งกับสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้
“ผู้หญิงคนที่พ่อผมแต่งงานด้วยชื่ออะไร คุณน้าพอจะทราบมั้ยครับ” ชินกลั้นใจถามเคียวโกะ
“ฉันไม่รู้นามสกุลของเขาหรอกนะ ชินคุง แต่รู้สึกจะชื่อว่าเรนะน่ะ”
เมื่อได้ยินชื่อ ใบหน้าชินก็ซีดเผือดลงทันที
“ทำไมเหรอ ชิน” นานะหันมาถามชินอย่างสงสัยเมื่อเห็นเขาเงียบไป
“แม่ของผมชื่อทากามูระ เรนะครับ” ชินตัดสินใจพูดออกมา ทั้งๆ ที่เขารู้สึกเจ็บหัวใจเหลือเกินเมื่อรับรู้ว่าเขากับนานะเป็นลูกคนละแม่กัน ซึ่งก็เท่ากับว่าเขากับนานะเป็นพี่น้องกันนั่นเอง
“งั้นเหรอ ถ้างั้นชินคุงกับนานะก็มีศักดิ์เป็นพี่น้องกันน่ะสิ” เคียวโกะมองหน้าทั้งคู่อย่างเห็นใจในความรักของทั้งสองคน ชินกับนานะมองหน้ากันอย่างเจ็บปวด เพราะสิ่งที่ทั้งคู่กลัวนั้นเป็นจริงจนได้
ตอนที่ 33 ความทรงจำที่ปวดร้าวและไม่อาจแก้ไขได้
บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นของบ้านนานะเต็มไปด้วยความตึงเครียด ทั้งสามคนต่างมีสีหน้าเคร่งขรึม ชินนั่งนิ่งเงียบอย่างครุ่นคิดและพยายามทำใจที่จะยอมรับความจริงเกี่ยวกับตัวเขาและนานะ แต่ดูเหมือนเขาจะทำใจไม่ได้เลยแม้แต่น้อย นานะเองก็เช่นกัน
“แล้วเธอจะทำยังไงต่อไปล่ะชินคุง” เคียวโกะถามทำลายความเงียบขึ้นมา
แม้เธอจะเกลียดพ่อของเขา แต่เธอก็แยกแยะระหว่างพ่อกับลูกได้ เธอเห็นว่าเขาเป็นคนดีและรักนานะอย่างจริงใจ จึงไม่ได้ขัดขวางความรักของทั้งคู่ แต่หากทั้งสองคนเป็นพี่น้องคนละแม่ พวกเขาก็ไม่มีสิทธิที่จะแต่งงานกัน
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ” ชินตอบเบาๆ อย่างหนักใจ
นานะนั่งเงียบอึ้งมาได้ครู่ใหญ่แล้ว แม้เธอจะเตรียมใจมาก่อน แต่การที่มารับรู้โดยตรงแบบนี้ทำให้เธอรู้สึกช็อค ทั้งสองคนหันไปมองหน้ากันอย่างรู้ชะตากรรมความรักของพวกเขาดี
“ผมจะกลับไปคุยกับพ่อให้รู้เรื่อง” ชินนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะตัดสินใจพูดออกมา นานะมองหน้าเขาเงียบๆ
“นั่นก็สุดแล้วแต่เธอล่ะ ชินคุง น้าก็เล่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นให้ฟังหมดแล้ว จะตัดสินใจทำอะไรก็ขอให้รอบคอบหน่อยแล้วกันนะ” เคียวโกะเตือนเขาเป็นนัยๆ
“ครับ” ชินรับคำเคียวโกะอย่างเข้าใจในสิ่งที่เธอพูด “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ คุณน้า
“ฉันไปส่ง” นานะโพล่งขึ้นมาพร้อมกับลุกเดินนำออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว
เคียวโกะมองตามหลังเธอไปอย่างเข้าใจความรู้สึกของลูกสาวดี
“ชินคุง มีสิ่งหนึ่งที่น้าขอบอกไว้หน่อยนะคะ” เคียวโกะพูดขณะที่ลุกขึ้นยืนส่ง “ถ้าหากเธอกับนานะเป็นพี่น้องกัน น้าก็ดีใจที่มีคนอย่างเธอเป็นลูกเพิ่มอีกคนหนึ่ง”
ชินนิ่งอึ้งไปกับคำพูดของเคียวโกะ ก่อนจะก้มหัวขอบคุณเธอแล้วเดินตามนานะออกไป
เมื่อชินเดินออกมาจากบ้าน ก็พบนานะยืนพิงรถรออยู่อย่างเศร้าสร้อย ทำให้เขารู้สึกเศร้าใจไปด้วย เพราะไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดมาขวางกั้น ก็คงไม่เท่ากับความสัมพันธ์ที่เขาและเธอเป็นพี่น้องกันเป็นแน่
นานะหันไปมองชิน เขาจึงเห็นว่าเธอมีน้ำตาคลออยู่เต็มเบ้าตาทั้งสองข้าง
“ชิน!!” นานะร้องเรียกก่อนจะโผเข้ากอดเขาและร้องไห้ออกมาเบาๆ
“หยุดร้องไห้เถอะ คนดี” ชินกอดตอบเธอก่อนจะเชยคางเธอขึ้นมาให้มองหน้าเขา
“ทำไม…ฮึก…ทำไมเราต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย ฮือๆ” นานะร้องไห้สะอึกสะอื้น น้ำตาไหลเป็นทาง
ชินได้แต่นิ่งอึ้งกับคำถามของเธอ เพราะเขาก็ไม่สามารถให้คำตอบได้เช่นกัน
“นานะ ฟังฉันนะ” ชินพูดขึ้นหลังจากเขานิ่งคิดและตัดสินใจได้ “ถึงแม้เราจะเป็นพี่น้องกัน หรือว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ความรู้สึกของฉันก็ยังมั่นคงกับเธอไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าคุณจะเป็นมาคิมูระ นานะหรือยามาโตะ นานะ ฉันก็ยังรักเธอ เพราะเธอเป็น ‘นานะ’ ผู้หญิงที่ฉันรักเพียงคนเดียวเท่านั้น”
ชินก้มหน้าชิดกับนานะซึ่งยังคงสะอื้นและมองลึกเข้าไปในดวงตาเธอ คำพูดของเขายิ่งทำให้เธอปล่อยโฮออกมาเพราะความซาบซึ้งใจ เธอคิดว่าเธอรักคนไม่ผิดจริงๆ
“ฉันก็เหมือนกัน ชิน ไม่ว่านายจะเป็นทากามูระ ชินหรือยามาโตะ ชิน…ฉันก็รักนาย ฉันรักชินที่เป็นชินคนนี้ ไม่เกี่ยวกับฐานะ ไม่เกี่ยวกับสถานภาพของเรา” นานะกอดเขาแน่น
ชินเชยคางเธอขึ้นมาบรรจงจูบเธอเบาๆ ก่อนพวกเขาจะสวมกอดกันแนบแน่นเนิ่นนานอีกครั้งราวกับไม่อยากพรากจากกัน
ยามาโตะนั่งคิดถึงเรื่องในอดีตที่เกิดขึ้นอยู่เงียบๆ คนเดียวภายในห้องทำงาน ก่อนจะค่อยๆ ถอนหายใจออกมา เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะได้กลับมาเจอกับผู้หญิงที่เขารักมากที่สุดอีกครั้งพร้อมกับลูกสาวของเขา ทำไมเขาถึงไม่เฉลียวใจเลยนะว่าหน้าตาของเด็กคนนั้น เวลามองช่างเหมือนกับเคียวโกะไม่มีผิด ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งกลุ้มใจ เขารู้ดีว่าพ่อเขาทำเรื่องเลวร้ายกับเคียวโกะไว้มาก ซึ่งกว่าเขาจะรู้เรื่องนั้นก็ตอนที่พ่อยอมปริปากเล่าให้ฟังก่อนท่านจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต เขานั่งปล่อยให้ความคิดจมอยู่กับอดีตต่อไปเรื่อยๆ
“พ่อครับ” ชินตัดสินใจเรียกพ่อซึ่งกำลังเหม่อลอยครุ่นคิด หลังจากที่เขานิ่งคิดและรอมานานพอควร
ประธานยามาโตะสะดุ้งกับเสียงเรียกจึงหันมามอง
“อ้อ! แกเองเรอะ ชิน” เขาทักลูกชายเบาๆ หมดท่าทางวางอำนาจที่ทุกครั้งเคยแสดงอย่างสิ้นเชิง
“พ่อคงรู้นะครับว่าที่ผมมาวันนี้…เพราะเรื่องอะไร” ชินมองท่าทางที่เปลี่ยนไปของพ่ออย่างไม่เชื่อสายตา
“อืม…ก็พอจะรู้” ยามาโตะตอบรับเสียงเอื่อยๆ
“ผมอยากรู้ความจริงจากปากของพ่อเอง ช่วยกรุณาเล่าเรื่องให้ผมฟังหน่อยได้มั้ย” ชินลดน้ำเสียงเย็นชาลงและนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน
“แกอยากรู้ความจริง? เรื่องอะไรล่ะ” เขาถามชินกลับเบาๆ
“ทำไมพ่อถึงทำกับคุณน้าเคียวโกะแบบนั้น” ชินโพล่งถามออกมาตรงๆ
ยามาโตะมองหน้าลูกชายแล้วคิดว่า ชินช่างเหมือนเขาเมื่อในอดีตเสียจริง
“ได้ ฉันจะเล่าให้แกฟัง…”
ทาเคชิในวัยหนุ่มเดินเข้าไปในบริษัทด้วยท่าทางโกรธจัด และดูเหมือนบรรดา ร.ป.ภ. หรือพนักงานภายในบริษัทต่างพากันเข้าหน้าเขาไม่ติด ชายหนุ่มเดินมุ่งตรงไปยังห้องทำงานของพ่อเขาที่อยู่ชั้นบนสุด
“มาแล้วเรอะ ทาเคชิ”
“พ่อ! พ่อไปทำอะไรเคียวโกะ เขาถึงเก็บข้าวของหนีผมไป” ทาเคชิกราดเกรี้ยวใส่พ่อทันที
“ฉันไม่ได้ทำอะไรนี่” พ่อวางเอกสารลงบนโต๊ะด้วยท่าทางสบายๆ อย่างไม่ใส่ใจกับอาการโกรธของลูกชาย
“ผมไม่เชื่อ!!!” เขาจ้องหน้าพ่อด้วยนัยน์ตาวาวโรจน์
“หึ! แกนี่หลงนังนั่นจนหน้ามืดตามัวไปหมดเลยสินะ ฉันพูดอะไรแกก็คงไม่ฟังแล้วสินะ เจ้าทาเคชิ!”
“ก็บอกผมมาสิ ว่าพ่อไปทำอะไรเคียวโกะ” ทาเคชิยังคงมองหน้าพ่อด้วยสีหน้าเอาเรื่อง
“แกดูเอาเองละกัน ฉันไม่อยากจะพูดมาก” เขาโยนกระดาษแผ่นหนึ่งลงตรงหน้าลูกชาย ซึ่งเป็นกระดาษที่เขียนถึงเขาด้วยลายมือและมีใจความว่า ‘ฉันขอโทษนะคะ ทาเคชิ จากเคียวโกะ’
ทาเคชิมองข้อความสั้นๆ อย่างไม่เชื่อสายตาเพราะมันเป็นลายมือของเคียวโกะจริงๆ
“ไม่มีทาง!! เคียวโกะไม่มีทางทำแบบนี้แน่” ทาเคชิตะโกนออกมา
“เฮอะ! แกจะเชื่อหรือไม่มันเรื่องของแก แต่ฉันขอบอกแกไว้ก่อนเลยนะ ว่าคราวนี้ฉันต้องจ่ายแพงมาก” พ่อของเขาเน้นในประโยคสุดท้าย
“ไม่จริง!! เคียวโกะไม่ใช่คนเห็นแก่เงิน เธอไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ๆ” เขายังคงรู้สึกมึนงงกับสิ่งที่ได้รับรู้
“แกน่ะยังอ่อนหัดนัก เจ้าทาเคชิ ไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้หญิงคนนั้นหรอก” พ่อของเขาตอกย้ำอย่างเยาะเย้ย
“ไม่จริง…ไม่จริง ไม่จริง!!!!!!!!!!!” เขาตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่งและวิ่งออกจากห้องทำงานพ่อไป
“ตอนนั้น ฉันเข้าใจว่าเคียวโกะรับเงินจากพ่อ ฉันเสียใจมากจึงตัดสินใจประชดด้วยการแต่งงานกับแม่ของแกไง เจ้าชิน” ยามาโตะนึกถึงตอนที่เขาเจอกับแม่ของชินหรือเรนะเป็นครั้งแรก
“นี่เรนะ ว่าที่ภรรยาของแกนะ เจ้าทาเคชิ” พ่อของเขาแนะนำผู้หญิงท่าทางเรียบร้อยให้เขารู้จัก
ชายหนุ่มทำเพียงแค่ชายตามองเฉยๆ อย่างไม่ใส่ใจ และดูเหมือนเรนะก็รู้สึกไม่ค่อยเต็มใจเช่นกัน
“เอ้า…ลองไปเดินเล่นและพูดคุยสร้างความสนิทสนมกันสิ” พ่อเขาพูดเสียงแกมบังคับ
ทาเคชิเลยต้องลุกขึ้นอย่างอิดเอื้อนและเชิญให้เรนะเดินตามเขาออกไป พวกเขาสองคนเดินทอดน่องเอื่อยๆ ไปพร้อมกันภายในสวนดอกไม้ของบ้านเขา สักพักทาเคชิก็หยุดเท้าที่ก้าวเดินและหันไปมองหน้าเรนะด้วยสายตาที่ยากจะหยั่งรู้ถึงความรู้สึก
“คุณเรนะ ผมขอบอกคุณก่อนที่เราจะแต่งงานกัน… ถึงผมจะแต่งงานกับคุณ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าผมรักคุณ เราแค่แต่งงานกันเพื่อผลประโยชน์เท่านั้น หวังว่าคุณคงเข้าใจ” เขาบอกเรนะด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ฉันเข้าใจในสิ่งที่คุณบอกดีค่ะ คุณทาเคชิ” เรนะตอบกลับเขาเบาๆ เช่นกัน
ภายในใจของเธอรู้สึกเจ็บปวด นี่หรือคือผู้ชายที่เธอต้องแต่งงานด้วย แค่เขาเย็นชาและไม่ได้รักเธอก็เจ็บปวดมากพอแล้ว นี่ยังพูดจาทำร้ายจิตใจเธออีก เธอมองเห็นอนาคตของเธอรางๆ ว่าการแต่งงานที่เธอวาดฝันเอาไว้คงไม่สวยหรูอย่างที่คิดแน่
“งั้นก็ดี” เขาบอกอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้เรนะมองตามเขาด้วยสายตาปวดร้าว
“และฉันกับเรนะก็แต่งงานกันจนมีลูก ก็คือแกนั่นล่ะ เจ้าชิน”
ชินนิ่งงันไปเมื่อรับรู้ว่าพ่อของเขาไม่ได้รักแม่เลยสักนิด
“ถ้าอย่างนั้นพ่อยังจะไปยุ่งกับคุณน้าเคียวโกะทำไมอีก ในเมื่อ…” ชินพยายามจะถามในสิ่งที่เขาข้องใจ
“หึ! แกคงคิดสินะว่าทำไมฉันต้องไปสนใจเคียวโกะด้วย ในเมื่อฉันเข้าใจว่าเธอรับเงินไปจากปู่แก” ประธานยามาโตะรู้ทันความคิดลูกชาย “ก็เพราะฉันมารู้ทีหลังว่าฉันเข้าใจผิด ปู่แกบอกเอาไว้ก่อนตายว่า แท้จริงแล้วเคียวโกะไม่ยอมรับเงินแม้แต่นิดเดียว สิ่งเดียวที่เคียวโกะทำก็คือเขียนข้อความนั้นฝากปู่มา ส่วนเรื่องเงินนั่นน่ะ ปู่แกโกหกเพื่อให้ฉันเข้าใจว่าเคียวโกะก็ไม่แตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นที่เขาเอาเงินฟาดหัวแล้วก็ไล่ไปน่ะสิ” ยามาโตะแค่นเสียงอย่างขมขื่นในชะตากรรมของตัวเอง
ชินตะลึงที่รู้ว่าแท้จริงแล้วพ่อของเขายังคงรักแม่ของนานะอยู่จนกระทั่งตอนนี้
“ฉันไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนเท่าเคียวโกะมาก่อน เธอเป็นคนดี น่ายกย่อง น้ำใจงาม ทำไมฉันถึงได้มองเธอผิดไปได้แบบนี้นะ” ยามาโตะพึมพำออกมาพร้อมกับซบหน้าลงกับฝ่ามืออย่างเสียใจและเจ็บปวด โดยที่ชินได้แต่มองพ่อด้วยความปวดร้าวเช่นกัน
เพราะความเข้าใจผิดและการกระทำของพ่อเขาในอดีต ส่งผลให้เขาต้องมารักพี่น้องคนละแม่ของตัวเอง แล้วเขาจะทำเช่นไรกับเรื่องนี้ดี ชินนิ่งคิดเงียบๆ อยู่ในใจ
To Be Continue >>