
ตอนที่ 34 ความจริงใจของเพื่อน
“นี่มันอะไรกัน มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยเหรอ” เคนอุทานออกมา หลังจากฟังเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากนานะจบลง
“นั่นสิ ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน อุ๊บ!!” นักข่าวตัวแสบซึ่งมายังบริษัทของเคนและแอบยืนฟังอยู่นานแล้วเผลอโพล่งขึ้น หนุ่มมาดเซอร์รีบยกมือปิดปากตัวเองเมื่อรู้ว่าพลาดไปเสียแล้ว
“นาย!!! นายมาทำอะไรที่นี่ หาาาา!!” นานะหันขวับไปจ้องโคจิโร่ด้วยตาลุกวาว
“ใจเย็นๆ สิ นานะจัง” โคจิโร่ยกมือยอมแพ้และเรียนานะอย่างสนิทสนม
“นายมาทำไม!!”
“ฉันก็ตามเธอมาไง แต่ไม่นึกว่าจะได้ยินเรื่องอะไรดีๆ เข้า” โคจิโร่ยิ้มที่มุมปากเล็กๆ
“นายจะเอาไปลงข่าวงั้นเรอะ!!” นานะถามด้วยสีหน้าเอาเรื่อง
“เข้าใจผิดแล้วสาวน้อย คือ…วันนี้ฉันมาหาเธอเฉยๆ ไม่ได้มาหาข่าว”
โคจิโร่บอกนานะอย่างอ่อนใจ ท่าทางเขาจะชอบสาวน้อยตัวเล็กคนนี้เข้าแล้วล่ะ เขารู้สึกประทับใจในตัวนานะตั้งแต่ตอนที่ไปนั่งเป็นเพื่อนเธอที่สวนสาธารณะ เขาชื่นชมในความเข้มแข็งและไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคของความรัก ทั้งๆ ที่แต่ก่อนเขาไม่เคยเชื่อในความรักแท้เลยสักนิดเดียว
“ฉันไม่ค่อยอยากจะเชื่อนายเท่าไหร่นักหรอก” นานะเลิกคิ้วอย่างแคลงใจ
“เอาน่า นานะ ลองฟังเขาดูหน่อยเถอะ บางทีเขาอาจจะมาดีก็ได้” เคนเข้ามาสงบศึกระหว่างนานะกับโคจิโร่ ก่อนที่มันจะลุกลามมากไปกว่านี้
“คุณนี่ค่อยมีเหตุผลหน่อย” โคจิโร่ชมเคนจากใจ
“ผมทาคามัตซึ เคน ยินดีที่ได้รู้จัก” เคนแนะนำตัวพร้อมกับยื่นมือให้โคจิโร่จับ
“ผมจิบะ โคจิโร่ ยินดีเช่นกัน” โคจิโร่จับมือเคนเขย่าเบาๆ โดยมีสายตานานะมองอย่างขัดเคือง
“เอาล่ะ คุณจิบะ ช่วยบอกสาเหตุที่คุณมาที่นี่ด้วยว่าคุณมีจุดประสงค์อะไร แต่ผมบอกไว้ก่อนว่า ถ้าหากคิดจะหาข่าวหรือเอาข่าวเรื่องของนานะกับชินไปลงหนังสือพิมพ์ล่ะก็ ผมเอาเรื่องคุณแน่ๆ” หนุ่มมาดเซอร์อีกคนพูดดักคอเขาไว้ก่อน
“หึๆ ผมไม่สิ้นคิดขนาดนั้นหรอกคุณ ถึงคุณไม่เอาเรื่องผม ตระกูลยามาโตะก็ไม่ปล่อยผมเอาไว้หรอก ที่ผมมาวันนี้ตั้งใจมาหานานะ แต่พอได้ยินเรื่องที่พวกคุณพูดถึงกันแล้ว ก็ว่าจะช่วยพวกคุณซะหน่อย”
“นายจะช่วยพวกเรายังไง” นานะถามอย่างสงสัย
“อ้าวว! นี่คุณไม่สงสัยอะไรบ้างหรือไง” โคจิโร่ลากเสียงยาว ก่อนจะเดินไปนั่งบนเก้าอี้โซฟาที่อยู่ในห้องทำงานเคนด้วยท่าทางสบายอารมณ์
“สงสัย? สงสัยเรื่องอะไร” นานะเดินตามไปนั่งตรงข้ามกับโคจิโร่ พร้อมกับเคนที่ทรุดตัวนั่งลงถัดไป
“ก็เรื่องเธอกับทากามูระไง เธอน่ะรู้เรื่องอะไรของหมอนั่นบ้าง หือ? นานะ”
นานะอึ้งไปกับคำถามของเขา เพราะเธอก็ไม่ค่อยรู้เรื่องส่วนตัวของชินมากนัก เธอไม่สนใจว่าชินจะเป็นใครมาจากไหน สำคัญที่เขารักเธอและเธอรักเขาเท่านั้นก็พอ
“หึ! อย่างที่คิด เธอคงไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับทากามูระมากไปกว่าที่ฉันบอกเธอคราวที่แล้วสินะ” ใบหน้ากวนๆ แย้มยิ้ม
“แล้วคุณล่ะ คุณรู้อะไรดีนักหรือไง” เคนย้อนถามโคจิโร่ เมื่อเห็นนานะนิ่งเงียบ
“โธ่…คุณ ผมน่ะนักข่าวนะ แล้วที่สำคัญข้อมูลของตระกูลยามาโตะน่ะ ผมก็เป็นคนรวบรวมเองกับมือ ไม่ว่าจะข่าวเล็กน้อยหรือข่าวซุบซิบอะไรก็ตาม ไม่มีอะไรที่ผมะไม่สามารถสืบหาจนได้หรอกนะ” โคจิโร่พูดอย่างภูมิใจในผลงานตัวเอง
“งั้นเรื่องของพวกฉันล่ะ นายรู้รึเปล่า” นานะย้อนถามอย่างหมั่นไส้
“เรื่องของพวกเธอ ฉันก็เพิ่งรู้เมื่อกี้นี่ล่ะ” โคจิโร่ยอมรับเสียงอ่อยๆ “แต่ว่า ถ้าเป็นเรื่องอย่างอื่นผมก็รู้เกือบหมดน่ะล่ะ”
“เอาเถอะๆ ตะกี้คุณว่าพวกเราไม่สงสัยเรื่องของชินน่ะ มันเรื่องอะไรกัน” เคนรีบดึงโคจิโร่กลับเข้าเรื่องก่อนที่เขาจะเถียงกับนานะจนยืดยาว
“อ้อ…คือ ไม่สงสัยกันเหรอว่าถ้าหากพวกเธอเป็นพี่น้องกันจริงๆ นานะก็ต้องเป็นพี่สาวสิ เธอไม่น่าจะอายุน้อยกว่าทากามูระนั่นได้นะ”
นานะกับเคนตาลุกวาวขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงข้อเท็จจริงนี้ออก
“งั้นก็หมายความว่า…” นานะถามอย่างมีความหวัง
“เดี๋ยวก่อนๆ ใจเย็นๆ ฉันไม่ได้หมายความว่าโอกาสที่พวกเธอจะเป็นพี่น้องกันจริงๆ มันจะไม่มีนะ” โคจิโร่รีบดักคอเพราะรู้ว่านานะคิดอะไรอยู่
นานะเลยหน้าเจื่อนลง
“ตอนนี้ทากามูระเพิ่งจะอายุสิบแปดเมื่อกลางปีนี่เอง ส่วนเธอน่ะ จะอายุครบสิบแปดเกือบๆ ปลายปีไม่ใช่เหรอ” โคจิโร่ถามนานะ
“อะไรนะ! ชินเนี่ยนะเพิ่งจะอายุสิบแปด!!” นานะอุทานอย่างไม่อยากเชื่อ เพราะตัวจริงของเขาดูแล้วน่าจะอายุมากกว่าเธอซักสองสามปี
“โธ่…เธอ ทากามูระยังเรียนอยู่เลย แถมเรียนโรงเรียนระดับท็อปแนวหน้าของเมืองด้วยนะ” โคจิโร่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจที่นานะไม่ได้รู้เรื่องของชินเลย
“หา?”
“เธอน่ะเกิดเดือน 11 วันที่ 27 ส่วนทากามูระเกิดเดือน 5 วันที่ 11 ต่างกันตั้งหกเดือนกว่าๆ แล้วแม่ของเธอก็ท้องเธอก่อนที่ประธานยามาโตะจะไปแต่งงานกับแม่ของหมอนั่น แล้วแบบนี้เธอจะอายุน้อยกว่าเขาได้ยังไง จริงมั้ย” โคจิโร่ถามนานะในประโยคสุดท้าย
เธอรู้สึกทึ่งในตัวเขาไม่น้อยที่เขาสามารถรู้ทั้งวันเกิดของเธอและชินได้เป็นอย่างดี
“นอกเสียจากว่า แม่ของทากามูระจะท้องกับพ่อของเขาก่อนแต่งยังไงล่ะ ถูกมั้ย คุณจิบะ” เคนแทรกถามโคจิโร่ขึ้นมาก่อนที่นานะจะตอบคำถาม
“ก็อาจเป็นไปได้นะ เพราะประธานยามาโตะน่ะค่อนข้างเจ้าชู้อยู่แล้ว ตามข่าวที่ได้รับมารู้สึกว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ประธานยามาโตะหมายตาแล้วจะรอดพ้นเขาซักคน” โคจิโร่เริ่มลังเลเล็กน้อย
“ก็หมายความว่า โอกาสที่ฉันกับชินจะเป็นพี่น้องกันจริงๆ มันก็มีค่อนข้างเยอะเหมือนกันนี่” นานะหน้าตาสลดลงหลังจากฟังที่เคนกับโคจิโร่สรุปเรื่องของประธานยามาโตะ
“เอางี้แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะลองไปสืบหาเรื่องของประธานยามาโตะกับแม่ของเธอ รวมทั้งแม่ของทากามูระด้วยดีมั้ย เราจะได้รู้ความจริงของเรื่องนี้กัน” โคจิโร่สรุป เขารู้สึกเห็นใจนานะและอยากทำอะไรเพื่อเธอบ้าง
“อืม…ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้รู้กันว่าแท้จริงแล้ว นานะกับชินน่ะเป็นพี่น้องกันจริงหรือเปล่า” เคนเห็นด้วยกับความคิดของโคจิโร่
นานะมองสองหนุ่มมาดเซอร์ทั้งคู่ด้วยความซึ้งในน้ำใจที่พยายามช่วยเธอกับชิน แม้อาจจะไม่มีความหวังเลยก็ตาม
“ขอบคุณทั้งสองคนมากเลยนะ ถ้าไม่มีนายสองคน ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน” นานะน้ำตาคลออ
“ขี้แยอีกแล้ว ยัยตัวเล็กนี่” เคนหัวเราะเบาๆ อย่างเอ็นดู ก่อนจะเอามือโยกหัวนานะไปมา
“ฮื้อ ยุ่งกับหัวเราอีกแล้ว!!” นานะพยายามปัดมือเคนออก หน้าง้ำและกระโดดเหยงๆ จะจับศีรษะของเขาบ้าง แต่ก็ไม่สามารถจับถึงเพราะเธอตัวเตี้ยกว่าเคนมาก
“ฮ่าๆ” โคจิโร่หัวเราะท้องแข็งกับภาพที่เห็น คนตัวเล็กเลยหันขวับมามองอย่างไม่พอใจและไล่ตีเขาอีกคน ทั้งสามคนวิ่งไล่กันไปมาอย่างสนุกสนาน บรรยากาศซึมเศร้าเมื่อกี้หายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ตอนที่ 35 บ้านหลังใหม่
นานะเอาแต่นั่งเหม่อลอยมองดูสร้อยข้อมืออยู่ในห้องตัวเอง หลายวันแล้วแต่โคจิโร่กับเคนก็ยังไม่ส่งข่าวมาซะที พวกเขาสองคนกำลังคร่ำเคร่งหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันระหว่างแม่เธอ แม่ชิน และ…ประธานยามาโตะ พ่อของเธอ
นานะอยากให้เธอกับชินแค่เข้าใจผิดกันเหมือนคราวก่อน ดีกว่าจะมารับรู้ว่าพวกเขาอาจเกิดกับพ่อคนเดียวกัน ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งกลุ้มใจ
“นี่! พวกคุณเป็นใคร มาทำอะไรที่บ้านฉัน”
เสียงของเคียวโกะตะโกนโหวกเหวกดังลั่นจากด้านล่าง นานะสะดุ้งและรีบเปิดประตูลงมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
“ออกไปให้พ้นนะ!!!! อย่ามายุ่งกับข้าวของที่นี่!!!” เคียวโกะตวาดบรรดาชายชุดสีดำสามสี่คนซึ่งกำลังเก็บข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านอย่างไม่สนใจเสียงของเธอ
“เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย!! พวกนายเป็นใคร!! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!!” นานะรีบปราดมาขวางหน้าแม่เธอ พร้อมกับแย่งของที่อยูในมือชายชุดดำ
“มาคิมูระ นานะสินะ ผมมาชิบะ ไรโตะ ยินดีที่ได้รู้จัก” ชายชุดดำคนหนึ่งเดินมาจากด้านหลังของคนอื่นๆ ที่ยืนออกันอยู่ เขาถอดแว่นตาดำออกและมองหน้านานะนิ่งๆ
นานะมองหน้าไรโตะอย่างสงสัยว่าเขาเป็นใคร
“ทากามูระคุงสั่งให้ผมมาเก็บข้าวของของพวกคุณออกจากที่นี่ เพราะท่านประธานยามาโตะจัดเตรียมที่อยู่ใหม่ให้กับพวกคุณแล้ว” ไรโตะบอกนานะเสียงเรียบ
“ถ้าพวกฉันไม่ไปล่ะ” นานะย้อนถามกลับ เขม่นตามองอย่างไม่ชอบใจนัก
“คงไม่ได้ เพราะผมได้รับคำสั่งให้มาพาพวกคุณสองแม่ลูกไป” ไรโตะเน้นเสียง สีหน้านิ่งเฉย
“ก็ถ้าพวกฉันจะไม่ไปซะอย่าง นายจะทำอะไรฉันได้”
“มาเถอะ นานะ ฉันอยากให้เธอไปอยู่บ้านใหม่ที่ฉันเตรียมไว้ให้เธอโดยเฉพาะนะ” เสียงคนคุ้นเคยดังแทรกเข้ามาก่อนที่ไรโตะจะตอบคำถามของนานะ
“ชิน!!” นานะอุทานอย่างดีใจ แต่แล้วสีหน้าเธอก็สลดลงเมื่อนึกได้ว่าพวกเขาเป็นอะไรกัน
“ทำไมทำหน้าตาอย่างนั้นล่ะ ไม่ดีใจที่เจอฉันเหรอ”
ร่างสูงเดินเข้าไปยืนตรงหน้านานะ พร้อมกับเขกศีรษะเธอเบาๆ เป็นเชิงหยอกล้อ
“ดีใจสิ แต่ว่า…” นานะตอบเสียงอ่อย และก้มหน้าหลบสายตาเขา
“ไม่เอาน่า นานะ เราตกลงกันไว้แล้วนี่ จำไม่ได้เหรอ” ชินจับคางนานะขึ้นให้มองหน้าเขา พร้อมกับย้ำเตือนถึงคำสัญญาที่พวกเขาเคยพูดกันไว้ที่ริมชายทะเล
นานะนิ่งเงียบไปอย่างคิดได้
“นี่มันอะไรกันชิน” เคียวโกะถามแทรกขึ้น
“ผมกับคุณพ่อเตรียมที่อยู่ใหม่ให้คุณน้ากับนานะแล้วครับ”
“แต่น้าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับพ่อเธออีก” เคียวโกะแย้งเสียงเข้ม สายตาแข็งกร้าว
“คุณน้าครับ” ชินเดินเข้าไปยืนตรงหน้าเคียวโกะและมองหน้าเธออย่างวิงวอน “กรุณาเถอะครับ ได้โปรดให้โอกาสพ่อของผมได้อธิบายทุกอย่างให้คุณน้าฟังด้วยเถอะครับ”
“ชิน น้าคงยอมรับคำขอร้องของเธอไม่ได้หรอก เพราะในใจน้าตัดเขาออกไปนานแล้ว” เคียวโกะบอกเสียงแข็ง นัยน์ตาจริงจัง แม้ในใจเธอจะรู้ดีว่าตัวเธอนั้นไม่เคยเลิกรักยามาโตะเลย
“ถ้าอย่างนั้นถือว่าทำเพื่อนานะได้มั้ยครับ เพื่อให้นานะได้อยู่ใกล้พ่อของเธอบ้าง”
เคียวโกะนิ่งอึ้งไปเมื่อได้ยินคำอ้างของชิน เธอหันไปมองหน้านานะเพื่อตัดสินใจ เธอรู้ดีมาตลอดว่านานะอยากรู้จักพ่อของตัวเองแค่ไหน แต่เธอก็ได้แต่บอกนานะว่าพ่อของเธอตายไปนานแล้ว จนกระทั่งเกิดเรื่องนี้ขึ้น
“…ก็ได้” เคียวโกะคิดอยู่นานก่อนจะถอนหายใจตอบออกมา
ใบหน้าคมยิ้มระรื่นขึ้นมาทันที
“แต่ว่า…มีข้อแม้นะ ถ้าหากเธอหรือทาเคชิทำให้นานะต้องเสียใจ พวกเธอจะไม่มีวันได้เจอพวกเราแม่ลูกอีกเลย” เคียวโกะยื่นคำขาด เธอรู้ดีว่าหากนานะกับชินรักกันแต่ไม่สามารถแต่งงานกันได้ ยังไงยามาโตะจะต้องหาผู้หญิงที่คู่ควรให้กับเขาแน่ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น นานะก็ต้องเสียใจและช้ำใจเช่นเธอ นั่นคือสิ่งที่เธอทนไม่ได้เด็ดขาด
“ผมให้สัญญาครับ ว่าผมจะไม่ทำให้นานะเสียใจ รวมทั้งคุณน้าด้วย” เขาให้สัญญาอย่างหนักแน่น ก่อนหันไปมองนานะ “ไปกับฉันนะ”
นานะน้ำตาคลอก่อนจะยิ้มออกมา “จ้ะ”
จากนั้นครอบครัวมาคิมูระก็ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหญ่ของตระกูลยามาโตะ โดยที่เคียวโกะยืนยันว่าเธอจะยังคงไปมาระหว่างร้านขนมที่เธอเป็นคนสร้างขึ้นมากับมือ
To Be Continue >>