วันที่4 ธ.ค. 59 ฮาราจูกุ วัดเมจิและ shopping !!

วันนี้ วันอาทิตย์ ต้องไปฮาราจูกุ และ shopping 

เพราะฉะนั้น เติมพลังตอนเช้าด้วยข้าวชุดใหญ่ แต่ราคา 420 เยน


หลังจากทาน : ปลาเค็มมากก (ทำเกลือตกใส่เรอะ) เต้าหู้เย็นก้อนใหญ่มากกกก ข้าวถ้วยใหญ่มากกก นี่มันอาหารคนใช้แรงงานนนนนชัดๆ -.-

อิ่มแล้ว พร้อมออกเดินทางได้


ค่ารถไฟไปฮาราจุกุ 200 เยน วันนร้เป็นวันอาทิตย์ คนจะเยอะมากกกกก


มาถึงแล้ว วัดเมจิ

เดินเท้าเข้าไปประมาณ 1 กิโล ถึงจะเจอวัด


ถึงแล้ววัด


เข้าไปไหว้พระ ขอพรเสร็จเรียบร้อย ก็พร้อมเดินทางต่อ ไปถนนคนเดินฮาราจูกุ แหล่งช้อปปิ้ง

ก่อนเข้าไปข้อปปิ้ง ต้องทานอาหารกลางวันก่อน ไม่งั้นคนเยอะ น้องพาไปกินราเมงชื่อดัง คนต่อคิวกันเยอะ 



รอคิว เห็นคนนั่งทานด้านนอกแล้วคิดในใจว่า คงกดดันน่าดู ต้องรีบกิน รีบลุก! เพราะคนต่อคิวรอทานอยู่เพียบบบบบบบ (-0-)

ในที่สุดถึวคิวเราแล้ว ของเราสั่งแค่ 2 ที่ เพราะเรา พ่อ แม่ ทานไม่หมด ชามใหญ่มาก คนขายก็รู้ใจ หยิบชามแบ่งมาวางให้เลย


อาหารมาแล้วววว ชามใหญ่มากก


แบ่งแล้ว โซ้ยเลยค้าา 

หลังทาน : รสชาติเหมือนต้มยำบ้านเราแบบลืมใส่มะนาว (-,-) เลยต้องหยิบน้ำส้มสายชูใส่ลงไป ค่อยดีหน่อย แต่ความมันเยิ้มก็เยอะ -‘- แต่รวมๆ ก็พอได้ล่ะ

จากนั้นก็เดินไปถนนคนเดิน


คนเยอะมากกกกก

เดินมาซักพัก ก็เจอร้านเครปชื่อดัง ต้องลองสิ


อร่อยมากกกกก ฟิน~

จากนั้นเดินทะลุออกไปอีกทาง ก็ไปเจอร้าน Line Friend store (-0-) แวะๆ ต้องแวะเลยยยยย


เข้าไปเจอหมี brown นั่งหน้ามึนตัวใหญ่คอยต้อนรับอยู่


ของในร้านราคาแพงพอได้


เดินเล่นดูของซักพักก็ได้เวลา shopping ของที่ตัวเองตั้งใจมาซื้อแล้วว ไปร้านเครื่องสำอางค์โลดดด

น้องพาไปตึกม่วงก่อน บอกว่าค่อยเดินกลับมาดูได้ ก็อะ ไปก็ไป ของก็มีขายคล้ายๆ บ้านเรา


ก็เลยไม่ได้ซื้ออะไรซักอย่าง (55)

เดินมาก เริ่มเหนื่อย หิวแล้วว หาข้าวกินดีกว่า 


หลังทาน : ไก่ทอดอร่อยมาก เกี๊ยวซ่าธรรมดามาก หมี่ผัดมันเยิ้มมาก ไม่ไหว (>.<~)

อิ่มเสร็จก็ไป shopping ได้


สรุป shopping ไปทั้งหมด 23,483 เยน (รวมหลายคน)


ห่อกลับได้ เหนื่อยมากกก เดินซะ ขาลาก (-.-)

หมดอีก 1 วัน สลบพักได้

By : Seria

วันที่ 3 ธ.ค. 59 เมืองโยโกฮาม่า และโอไดบะ Trip Tokyo Japan

วันที่ 2 ของการอยู่ที่ญี่ปุ่น (-0-)

วันนี้มีโปรแกรมไปโยโกฮาม่า กับเมืองโอไดบะ

นัดกันตอนเช้า เดินทางด้วยรถไฟ JR แปปเดียวก็ถึงโยโกฮาม่า

จุดมุ่งหมายแรก : ไชน่าทาว์น

เดินลงจากสถานีรถไฟ แล้วก็เสาะหาประตูเมืองไชน่าทาวน์


ต้นไม้ระหว่างทางสวยมากกกก


เดินต่อไปเรื่อยๆ ตามทาง ในที่สุดก็เจอแล้ววว ไชน่าทาวน์


คนยังน้อย เพราะยังเช้าอยู่ ร้านค้าเต็มไปหมด


ขณะกำลังเดินเล่น นั่นร้านอะไร คนรอคิวเยอะจังเลย โอ้ววว นั่นมันร้านที่เห็นโฆษณาในทีวีมะคืนนิหว่าาา อย่ารอช้าา รอคิวโลด


หลังจากฝ่าฟันผู้คนเข้าไปต่อคิว ในที่สุดก็ได้มา


รสชาติ : เหมือนเกี๊ยวซ่าอยู่ในเสี่ยวหลงเปา (55) ความอร่อยของมันอยู่ที่น่ำซุป พอเจาะลงไป น้ำซุปจะไหลออกมา และแป้งที่ห่ออยู่ข้างล่าง กรอบมากกก

โชคร้าย ที่ยืนกินมีขนาดพื้นที่จำกัดเลยถ่ายได้ก่อนกินเท่านั้น (T0T)

เดินต่อไปเรื่อยๆ อ๊ะ เจอร้านซาลาเปาขึ้นชื่อของทีวีแชมเปี้ยน ไม่ลองได้ไง ว่าแล้วก็ฝากน้องชายซื้อให้ เอาไว้หมูสับมา 2 ลูก ลองชิมดู


หลังจากกิน : ไม่อร่อยยยย อย่างแรงง เค็มมากกกก กินไปน้ำตาจิไหล นึกถึงแต่ซาลาเปาวราภรณ์ กลับไปจะซื้อกินล้างปากเยย >.<~ 

หลังจากเดินไปเดินกลับจนหมดซอย ก็ถึงเวลาอาหารกลางวัน น้องบอกให้รีบหาร้านทานก่อน ไม่อย่างนั้นคนจะเยอะมากกก ตามนั้น

เดินเข้าซอยกันแบบมั่วๆ แต่น้องกับแฟนก็หาร้านเจ้าประจำที่ทั้งคู่เคยมากินเจอะ omg 

อย่าช้า เข้าร้านละสั่งอาหารเลย คือแบบ สั่งแบบนี้ 3 ชุด 😱 เยอะมากกกกก


แต่สุดท้ายก็กินหมด -.-

หลังจากกิน : ไก่ทอดอร่อย ข้าวผัดจืดไปนิดแต่ก็พอกินได้ ซุปไข่นี่ จืดมาก -.- เต้าหู้เย็น (ไม่กิน) หมูราดซอส เค็มมาก (ไม่กิน) ผัดพริกเผาเต้าหู้กับผัดหน่อไม้อะไรไม่รู้ มันเยิ้ม กินคำเดียว เลิก ผักดอง (ไม่กิน) ชาลาเปา ขนมจีบ พอได้ ของหวาน เต้าฮวย (มั้ง) พอได้ หวานไปหน่อย

สรุป ไก่ทอดอร่อยสุด -“-

เสร็จสิ้นภาระกิจตอนเที่ยง ก็ออกเดินไปอ่าวโยโกฮาม่าต่อเลย 

ถนนสวยมาก ข้างทางเต็มไปด้วยต้นแปะก๊วย


มีสามล้อด้วย แต่ราคาต่อชม. แพงเอาเรื่อง


สวนด้านหน้าอ่าวโยโกฮาม่า


เรือยามาโต้ (ไม่ใช่) เรืออะไรไม่รู้ชื่อ แต่เอาเป็นว่าจอดตรงอ่าวและเข้าไปเดินชมได้ (มั้ง) บังเอิญไม่ได้เข้าไป (-,-)


มีคนเลี้ยงตัวเฟอเร็ตด้วย (คาดว่าน่าจะใช่) 


หน้าตาประมาณนี้


อันนี้ใบแปะก๊วยที่หล่นอยู่บนพื้น

ถ่ายรูป ชมวิวซักพัก ก็ออกเดินทางต่อ จุดมุ่งหมายคือ เมืองโอไดบะ 


โค้งเพื่อรอดเข้าไปใต้สะพานเรนโบว์บริจ


ถึงแล้วโอไดบะ มาเพื่อดูกันดั้ม!! 


และวีนัส


หลังจากนั้นก็หาข้าวเย็นทาน เพื่อรอถ่ายรูปสะพานสายรุ้ง (เรนโบว์บริจ)


อาหารเย็นที่ red robster

หลังทาน : กุ้งก็งั้นๆ ไก่ไม่อร่อย เค็ม ซุปเค็ม เนื้อแข็ง (น้องบอก) 

สรุป ไม่ประทับใจ 

กินเสร็จก็ชมความงามของเรนโบว์บริจ


คุ้มค่าแก่การรอคอย ชมเสร็จก็กลับที่พักได้

หมดไปอีก 1 วัน เดินทรหดมาก 9 กิโล


สลบดีกว่า ไว้ผจญภัยต่อพรุ่งนี้

By : Seria

Trip go to Japan 2-11 Dec 2016

   เดือนธ.ค 59 ปีนี้ ได้ไปเที่ยวทั้งครอบครัวที่โตเกียว ญี่ปุ่น 

  เป็นทริปโหดแท้ เดินทั้งวัน 😫

วันที่ 2 ไปถึง เช็คอินที่โรงแรม Touganeya แถว Ueno เป็นทำเลที่ดีมากก สถานีรถไฟอยู่ใกล้คอด เดินไปนิดเดียวก็เป็นตลาด Ameyoko แล้ว

น้องช่างซาดิส ลงจากเครื่องบิน ให้ลากกระเป๋าเดินทางหนัก 17 กิโลขึ้นรถไฟ sky line (แอร์พอร์ทลิ้ง) นั่งจนถึงสถานีอุเอโนะ แล้วลากกระป๋าเดินต่อจนถึงโรงแรมน่าจะ 1 กิโลได้ พอเช็คอินเสร็จ ก็พาตะลอนทัวร์

วันที่ 2 ธ.ค 59

เดินทางไปสู่วัดอะสะคุสะ ใครที่มาญี่ปุ่น ต้องมาไหว้พระ ขอพรที่นี่ก่อนทุกครั้ง เราก็พาแม่เดินเข้าไปเลย ไหว้พระท่ามกลางหมู่คนเยอะแยะ 

เดินไปก็เห็นคนแต่งชุดกิโมโน (รึยูคาตะหว่า) กันเยอะมาก เลยแอบสงสัยว่ามีงานอะไรกัน พอหาคำตอบไม่ได้ก็เลยมโนเองว่า อ้อ คงใกล้ปีใหม่ เค้าคงมาขอพรไหว้พระ เลยแต่งชุดเต็มยศมั้ง (-0-) มโนเองล้วนๆ (55)


จุดสำคัญของวันนี้คือ : การไปกินข้าวหน้ากุ้งเทมปุระที่ร้านเปิดมาเป็นเวลา 120 ปี (-0-)/

โอเค เข้าไปกินซะ::


ความรู้สึกหลังจากการกิน : ฟิน~ โออิชิมากกกก

กุ้งตัวขนาดกลางแต่กินแล้วได้กุ้ง ไม่มีแป้งเยอะ ข้าวก็อร่อย (เยอะไปหน่อย กินไม่หมด 55+)  ฟิน~

สมกับที่เปิดมา 120 ปีค้าา 😍

หลังจากหมดการเดินภายในวัด ก็ตรงกลับที่พัก เพราะเหนื่อยคอด ลากกระเป๋าแต่เช้า แถมบนเครื่องก็ไม่ได้นอน ขอกลับไปงีบก่อนล่ะ

หลับไปตั้งกะ 15:00 น. จน 18:00 น. จึงตื่น เพราะนัดกินข้าวเย็นกับพ่อและน้องชายไว้ 

น้องพาไปกินราเมงข้อสอบ (-0-) มันคือ!?

พอไปถึงร้านถึงเข้าใจ คือแบบว่า ก่อนเข้าร้านจะมีกระดาษ 2 แผ่น โดยแผ่นที่ 1 จะให้เราเลือก ว่าจะเอาเส้นแบบไหน น้ำซุบแบบไหน ความเผ็ดระดับไหน ใส่ผักมั้ย (no!!) ความนิ่มของเส้น แผ่นที่ 2 จะเป็นการเพิ่ม topping ละ จะเอาเส้นเพิ่ม จะเพิ่มหมูมั้ย ประมาณนั้น (>.<) 

เราก็เลือกเลย medium หมด ผักไม่ใส่ น้ำซุปความเผ็ดเบอร์ 1 

เลืออกเสร็จแล้วก็เดินเข้าไปในร้าน เราก็นึกว่าสั่งได้เลย เปล่า! มันให้เรากดเมนูและจ่ายที่ตู้ขายราเมงก่อน จึงค่อยเข้าไปสั่ง ประมาณว่าจ่ายก่อน กินทีหลัง   กินเสร็จก็ออกได้เลยไง


กว่าจะได้กินต้องต่อคิว ประมาณ 20-30 นาที (ร้านนี้เค้าดัง) จะมีพนักงานคอยจัดคิวให้ พอเค้าเห็นเรามา 4 คน ก็เลยจัดที่นั่งให้ใกล้กัน

พอได้ที่นั่ง รู้เลย เป็นราเมงข้อสอบยังไง กั้นคอกจร้าา ห้ามลอกกันน


ส่งข้อสอบที่กาให้ แล้วก็นั่งรอค่ะ ราเมงจะอร่อยไม่อร่อยอยู่ตรงเราเลือกนี่ละ

หน้าตาราเมงข้อสอบที่เราเลือก


และในนั้นมีหมู 2 ชิ้น (55)


หลังจากกิน :

น้ำซุปมันมากกก ไม่ไหว >.<~

เนื้อหมูติดมันไปหน่อย แต่รสชาติอร่อย โอเคผ่าน

ความเผ็ดระดับ 1 ไม่มีความเผ็ดเลย สงสัยจะต้องเลือกระดับ 2

เส้นราเมง นิ่มมาก เหนียวกำลังดี อร่อยเลยทีเดียว เส้นเยอะ กินไม่หมด (-.-)

สรุป : อิ่ม เรียบร้อย ก็เดินสู้อากาศหนาวกลับที่พัก หมด 1 วัน

อากาศ 10-15 องศา ไม่หนาวเกินไป เย็นสบายมากก

เสื้อผ้าที่เอามาเป็นของยูนิโคล่เป็นส่วนใหญ่ เราเชื่อมั่นในผ้าของยูนิโคล่ (^_^)v

By : Seria

“เหตุผล” หรือ “ข้ออ้าง”

S__4055095

“เหตุผล” หรือ “ข้ออ้าง”

โดยทั่วไปเมื่อพูดถึงสาเหตุของความผิดพลาด เรามักยอมรับ “เหตุผล” แต่ไม่ยอมรับ “ข้ออ้าง” การชี้แจง “เหตุผล” ไม่ควรอธิบายในทันที เพราะจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเป็น “ข้ออ้าง” กล่าวอีกอย่างก็คือ เหตุผลกับข้ออ้างเป็นสิ่งเดียวกัน   (เอ๊ะ..เอ๋ แล้วยังไงล่ะ ??)

พูดง่ายๆ ก็คือ การทำผิดเป็นเรื่องธรรมดา การแก้ไขความผิดเป็นเรื่องจำเป็น แต่การพูดถึงสาเหตุของความผิด เป็นเรื่องไม่จำเป็น เพราะงานแต่ละอย่างแตกต่างกันเมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้น สิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนคือหาทางแก้ไข

ส่วนการตรวจสอบงานภายหลังเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดในอนาคต ไม่ใช่การแก้ไขในอดีต บางครั้งการค้นหาเหตุผลของความผิดพลาดยิ่งทำให้เสียเวลา ซ้ำยังบั่นทอนความกระตือรือร้น ทางที่ดีควรเตือนตัวเองให้ระมัดระวัง มุ่งหน้าทำงานขั้นต่อไปให้เร็วที่สุด และอย่าทำผิดซ้ำอีก

สรุปก็คือ อยู่ที่เราว่าจะเลือกแก้ไข หรือจะหาเหตุผลอธิบายความผิดที่เกิดขึ้นไปแล้ว แล้วคุณล่ะ เลือกทำแบบไหนกันคะ ??

สิ่งที่เรียกว่า……….บริษัท

บริษัท???????

บริษัทคืออะไร เห็นคนเรียกกันแต่บริษัท จำกัดบ้าง ไม่จำกัดบ้าง มหาชนบ้าง ไม่มหาชนบ้าง (หมาชนบ้างก็ยังมี -_-a) แล้วแต่ความพอใจของใคร และขึ้นอยู่กับความพอใจของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในบริษัทแห่งนั้น ถ้าให้สรุปง่ายๆ พอจะเข้าตามสมองอันน้อยนิดของคนเขียนก็คงแบ่งได้ 2 ประเภท (หากผิดพลาดก็ต้องขออภัย) คือ

  1. บริษัท จำกัด   Meaning       จำกัด…หน้าที่การงานและเงิน (โคตรๆ)
  2. บริษัท จำกัด (มหาชน) Meaning     จำกัด…ทั้งชีวิต การงาน และเงิน (โคตรของโคตร)

แต่จะเป็นบริษัทจำกัด หรือว่ามีเติมท้ายว่า มหาชน (หมาชน) ก็ตาม ส่วนมากก็เป็นไปตามข้อบัญญัติเพียง 2 อย่าง คือ เจ้าของที่เป็นเจ้าของบริษัทแท้จริง กับเจ้าของที่ดำรงตำแหน่ง “เหมือน” เป็นเจ้าของแท้จริงเท่านั้น อ่านเพิ่มเติม